ประสิทธิภาพสารสกัดไคโตซานจากเกล็ดปลาที่เสริมฤทธิ์ด้วยสารสกัดหยาบจากพืช Nightshade ในการควบคุมเชื้อรา Fusarium solani เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาของมะละกอหลังการเก็บเกี่ยว

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

สุทธิกานต์ สมประสงค์, ธนภัทร สถาพรเสริมสุข

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ดุลยฤทธิ์ จินดาพันธ์ุ

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนทิวไผ่งาม

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2560

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

มะละกอ (Carica papaya L.) เป็นผลไม้ที่คนไทยนิยมบริโภคทั้งผลดิบและสุก ทำให้มะละกอมีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นอย่างมาก ส่งผลให้เกษตรกรไทยนิยมปลูกมะละกอกันอย่างแพร่หลาย แต่เกษตรกรต้องพบปัญหาหลังการเก็บเกี่ยวมะละกอที่มีอายุหลังการเก็บเกี่ยวในระยะสั้น ข้อจำกัดนี้ส่งผลให้เกิดการเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วของมะละกอ ทำให้น้ำหนักผลไม้ลดลง เกิดความเหี่ยวของผิวมะละกอทำให้ขายไม่ได้ราคา อีกทั้งยังพบโรคขั้วผลเน่า (Stem End Rot) อันเกิดจากเชื้อรา Fusarium solani ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างมากแก่ผลผลิต จากการศึกษางานวิจัยที่ผ่านมามีรายงานว่า ไคโตซานมีประสิทธิภาพในการยับยั้งการงอกของสปอร์เชื้อรา อีกทั้งไคโตซานยังสามารถใช้เคลือบผิวมะละกอทำให้อายุการเก็บรักษาของมะละกอที่อุณหภูมิห้องมีอายุการเก็บรักษาหลังการเก็บเกี่ยวได้ยาวนานขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของไคโตซานในการเคลือบผิวมะละกอให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผู้วิจัยได้เลือกทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัดหยาบจากพืช Nightshade 3 ชนิด คือ พริกไทย โกจิเบอร์รี และมะเขือเทศ ในการยับยั้งเชื้อรา Fusarium solani ที่แยกจากมะละกอด้วยเทคนิค Koch (Koch’s postulation) และทดสอบการเสริมฤทธิ์ของพืช Nightshade ร่วมกับไคโตซานที่สกัดจากเกล็ดปลา ด้วยวิธีการ agar well diffusion จากนั้นเลือกสารสกัดหยาบของพืช Nightshade ที่เสริมฤทธิ์ร่วมกับไคโตซานได้ดีที่สุดมาทำการเคลือบมะละกอหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อดูประสิทธิภาพการยับยั้งเชื้อรา Fusarium solani และการดูระยะเวลาการเสื่อมภาพของมะละกอ ทั้งน้ำหนัก ลักษณะผิว และ สีของมะละกอหลังการเก็บเกี่ยว