การเปรียบเทียบธาตุอาหารในตะกอนครามร่วมกับใบจามจุรีและผักตบชวาสำหรับพัฒนาดินปลูกเพื่อเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตของต้นผักกาดหอม

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ณัฐวดี สิมวงค์, พรปวีณ์ คดเกี้ยว, ภควัต พรหมสุขันธ์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ศรัญญา วงษ์ศิลา

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2564

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ในปัจจุบันอุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นอุตสาหกรรมส่งออกที่สำคัญของประเทศไทย เช่น การย้อมครามในจังหวัดสกลนครได้มีการพัฒนาแผนเศรษฐกิจของจังหวัดเพื่อให้เกิดฐานรากให้เข้มแข็ง มั่นคง ก้าวไปสู่ประเทศที่มีศักยภาพ ทางการแข่งขันในระดับสากลตามนโยบายของประเทศ จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์จากชุมชน จึงทำให้จังหวัดสกลนครมีการผลิตผ้าครามธรรมชาติมากขึ้นและครอบคลุมพื้นที่ 18 อำเภอของจังหวัดสกลนคร และมีการขอขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ในเรื่องของผ้าย้อมครามธรรมชาติที่มีคุณลักษณะเฉพาะของจังหวัดสกลนคร ซึ่งในขั้นตอนของการก่อหม้อหมักครามในการย้อมครามนั้นจะมีตะกอนของครามที่จมอยู่ด้านล่างของน้ำย้อมครามที่พร้อมจะนำไปย้อม และตะกอนครามนั้นจะพบทุกที่ที่มีการย้อมคราม และจะกลายเป็นตะกอนที่เหลือใช้ เพราะในปัจจุบันยังไม่พบการนำไปใช้ประโยชน์ (ชวนะพล, 2560) ต้นครามเป็นไม้พุ่มตระกูลถั่ว ชอบน้ำน้อย แดดจัด บริเวณที่เหมาะแก่การปลูกจึงมักเป็นที่ดอนโล่ง เช่น หัวไร่ปลายนา คันคูของบ่อปลา(อนุรัตน์, 2550)ต้นครามนั้นสามารถแบ่งได้หลายสายพันธุ์ เช่นต้นครามตรง และต้นครามงอ ครามนั้นเป็นพืชท้องถิ่นที่ให้สีคราม ต้นครามมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Indigofera suffruticosa Mill. เป็นพืชในวงศ์ Leguminosae การปรับปรุงพันธุ์ด้วยวิธีการมาตรฐาน ค่อนข้างทำได้ยาก เนื่องจากครามเป็นพืชผสมตัวเอง และมีดอกขนาดเล็ก (ศูนย์คราม มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 2560) ปัจจุบันการทำการเกษตรมักมีการใช้ปุ๋ยเคมีในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ จากการสำรวจสถิติทางการเกษตรของสำนักเศรษฐกิจการเกษตรและสหกรณ์พบว่าเกษตรกรไทยมีแนวโน้มการใช้ปุ๋ยเคมีซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมากมากขึ้นทุกปี แน่นอนว่าน้ำและดินก็จะมีการปนเปื้อนมากขึ้นในทุกๆปี ดังนั้นปุ๋ยหมักจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเพิ่มธาตุอาหารในดินที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ปุ๋ยอินทรีย์มีปริมาณธาตุอาหารอยู่คือ ไนโตรเจน ฟอสโฟรัส และโพรแทสเซียม อีกทั้งยังมีอินทรียวัตถุที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช (ขวัญฤทัย, 2561) จามจุรีเป็นไม้ยืนต้นตระกูลถั่วชนิดหนึ่ง พบได้โดยทั่วไปในทวีปเอเชีย รวมถึงในประเทศไทย ซึ่งในบางพื้นที่ของประเทศไทยมีการปลูกต้นจามจุรี เพื่อใช้ใบเป็นแหล่งไนโตรเจน ไนโตรเจนที่ได้จากจามจุรีสูงถึง 23.8 กรัมต่อกิโลกรัม จึงน่าสนใจในการนำใบมาศึกษา เพื่อใช้เป็นแหล่งไนโตรเจนในการทำปุ๋ยหมัก (สุบรรณ,2562) ผักตบชวา (Eichhornia crassipes (Mart.) Solms) เป็นพืชน้ำจืดที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วและเป็นปัญหาของแหล่งน้ำ โดยก่อให้เกิดความเสียหาย คือ กีดขวางการสัญจรไปมาทางน้ำ ดังนั้น แนวทางที่เหมาะสมในการกำจัดผักตบชวา คือการนำเอาผักตบชวาเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ด้วยการทำปุ๋ยหมักในส่วนต่างๆ ของลำต้นและใบ จึงมีปริมาณธาตุอาหารสูง ประกอบด้วย ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม เท่ากับ 1.75, 0.63 และ 3.07 เปอร์เซ็นต์ ผักตบชวายังเพิ่มสารอาหารให้กับพืช ส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชและช่วยรักษาอินทรียวัตถุในดิน (เฉลิมชัย, 2557) ผักกาดหอมเป็นผักที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่นับวันจะทวีความต้องการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆผักกาดหอมเป็นพืชที่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินแทบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นดินเหนียว ดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย แต่สามารถปลูกผักกาดหอมได้ผลดีที่สุดในดินร่วน ซึ่งมีการระบายนํ้าและระบายอากาศดี ความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) ของดินอยู่ระหว่าง 6.0-6.8 มีความชื้นในดินพอสมควร เมื่อผักการหอมอายุได้ 15-20 วัน ให้ใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 สำ หรับพันธุ์ใบ และใช้ปุ๋ยสูตร 13-13-13 สำ หรับพันธุ์ห่อหัว ในอัตรา 30-50 กิโลกรัมต่อไร่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดินแต่ละแห่งด้วย ผักกาดหอมต้องการธาตุโปแตสเซียมมากกว่าไนโตรเจน โปแตสเซียมจะทำ ให้ใบผักกาดหอมบางและไม่มีรอยจุดบนใบ ผักกาดหอมที่ได้รับธาตุไนโตรเจนมากเกินไปจะทำ ให้ใบมีสีเขียว รสชาติไม่อร่อย (สำนักส่งเสริมและฝึกอบรมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2560)

จากเหตุผลข้างต้นทางคณะผู้จัดทำจึงมีความสนใจที่จะนำเอาตะกอนครามเหลือใช้ ผักตบชวา และใบฉำฉาที่มีธาตุอาหารสูงมาเพื่อทำดินปลูกในการเพิ่มประสิทธิภาพการเจริญเติบโตของต้นผักกาดหอมที่เป็นพืชเศรษฐกิจส่งออกของประเทศไทย