ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของโปรตีนสกัดจากตั๊กแตนและดักแด้ไหม

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ธนกร ไชยพิษ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ดนุพล เดชอุดม

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนอนุกูลนารี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

แมลงศัตรูพืชที่สำคัญมีมากมายหลายชนิด บางชนิดเป็นศัตรูชนิดใหม่ซึ่งไม่เคยระบาด

มาก่อน และบางชนิดเคยระบาดมาแล้วเงียบหายไป และกลับระบาดขึ้นมาอีก สาเหตุที่เป็นเช่นนี้

มีปลายปัจจัย ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญก็คือ การขาดความสมดุลทางธรรมชาติ การใช้สารฆ่าแมลงที่ไม่ถูกต้องทำให้แมลงที่เป็นประโยชน์ตายไป แมลงศัตรูพืชจึงเพิ่มขึ้นโดยรวดเร็ว ปัจจุบันนี้การกำจัดแมลงที่ได้ผลดีคือ การใช้สารฆ่าแมลง แต่วิธีการนี้จะนำมาใช้ต่อเมื่อจำเป็นเท่านั้น เช่น แมลงทำความเสียหายให้กับพืชมากถึงระดับเศรษฐกิจ เพราะถ้าไม่ใช้สารฆ่าแมลงจะเก็บผลผลิตไม่ได้ นอกจากนี้

ยังมีอีกวิธีหนึ่งซึ่งน่าจะได้ผลดีก็คือ การจับแมลงกินเป็นอาหาร แมลงเป็นแหล่งอาหารของมนุษย์

มานานแล้ว ไม่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น ในต่างประเทศก็พบว่า มีการกินแมลงเป็นอาหารด้วย ได้แก่ ในแอฟริกา อินเดีย พม่า เปรู แถบลุ่มแม่น้ำอเมซอน ปาปัวนิวกินี ในประเทศไทยคนไทยกินแมลงมานานแล้ว ทั้งชนิดที่เป็นศัตรูพืชและไม่ใช่ศัตรูพืช ประมาณ 50 ชนิด เช่น ตั๊กแตน ผึ้ง ต่อ ดักแด้ไหม แมลงนูน เป็นต้น ในอนาคตข้างหน้าแมลงอาจเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของมนุษย์ก็เป็นได้

ผู้จัดทำโครงงานจึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของข้อมูลทางโภชนาการที่ได้กล่าวมาข้างต้น

ในการจัดทำโครงงานครั้งนี้ ได้ทำการศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของโปรตีนสกัดจากตั๊กแตน แมลงศัตรูพืชในนาข้าวที่กำลังระบาดกัดกินพืชผลทางเกษตร และดักแด้ไหมที่เหลือจากการผ่านการสาวไหมออกแล้ว ดังนั้นในการจัดทำโครงงานครั้งนี้ จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจวิเคราะห์หาปริมาณของสารต้านอนุมูลอิสระ โดยนำสารสกัดของโปรตีนดังกล่าว มาทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ABTS+. และ DPPH· โดยวัดค่าการดูดกลืนแสงของสารทั้งสอง นำข้อมูลไปหาค่าร้อยละของการยับยั้งอนุมูลอิสระแล้วรายงานค่าเทียบกับกราฟร้อยละของการยับยั้งอนุมูลอิสระที่ 50 เปอร์เซ็นต์ (IC50) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการเลือกรับประทาน และเป็นข้อมูลพื้นฐานในการศึกษาทางด้านโภชนาการ

ผลการศึกษาพบว่า จากการวิเคราะห์หาปริมาณโปรตีนสกัดจากตั๊กแตนและดักแด้ไหม โดยหลักการของ Bradford (1976) จากการชั่งตัวอย่างน้ำหนัก 10 g เท่ากัน พบว่าโปรตีนสกัดจากดักแด้ไหมมีความเข้มข้นของโปรตีนเท่ากับ 3.18 mg/ml ซึ่งมากกว่าโปรตีนสกัดจากตั๊กแตน ซึ่งมีความเข้มข้นของโปรตีนเท่ากับ 1.44 mg/ml จากผลการศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของโปรตีนสกัดจากตั๊กแตนและดักแด้ไหม ที่ผ่านการย่อยและไม่ได้ผ่านการย่อยด้วยยางมะละกอ (papian) เมื่อนำ มาทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ABTS+. และ DPPH. เปรียบเทียบจากค่า IC50 พบว่าโปรตีนสกัดจากดักแด้ไหมมีฤทธิ์ต้านหรือยับยั้งอนุมูลอิสระดังกล่าว ได้ดีกว่าโปรตีนสกัดจากตั๊กแตน และสารสกัดโปรตีนดังกล่าว มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ABTS+. ได้ดีกว่า DPPH· เพราะอนุมูลอิสระ ABTS+. นั้นมีความเสถียรน้อยกว่า DPPH· นั่นเอง จากการตรวจสอบรูปแบบโปรตีนด้วยเทคนิค SDS - PAGE

ผลการทดลองพบว่า แถบโปรตีนสกัดจากตั๊กแตนและดักแด้ไหม ที่ไม่ได้ผ่านการย่อย และที่ผ่านการย่อยด้วยยางมะละกอ (papian) แสดงให้เห็นว่าแถบโปรตีนสกัดดังกล่าวนั้น ถูกย่อยให้มีขนาดเล็กลง

(เปปไทด์สายสั้นๆ) จึงสอดคล้องกับฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพดีขึ้น คาดว่าอาจเกิดจากโปรตีนสกัดที่ถูกย่อยตรงพันธะเปปไทน์ ให้กลายเป็นกรดอะมิโนเล็กๆ ส่งผลให้มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระได้มากขึ้นนั้นเอง