การศึกษา​อัตราส่วน​ระหว่าง​ผักตบชวาและกากชาไทยที่เหมาะสมในการพัฒนา​ทรายแมวย่อยสลาย​ได้

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ศิริวรรณ คำรักษ์, ปภาอร สายันต์, วรพร จัดภัย

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ศักดา จันทร์กลั่น

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนเบญจมเทพอุทิศจังหวัดเพชรบุรี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

เนื่องจากในท้องถิ่นของข้าพเจ้ามีผักตบชวาอยู่เป็นจำนวนมาก ซี่งตัวของผักตบชวามีสรรพคุณในการช่วยดูดซึมน้ำได้ดี เพราะระบบรากของมันมีความสามารถในการดูดซึมน้ำ และกากใบชาที่เหลือจากการชงชาซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยดับกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ทั้งหลาย เพราะในใบชาบางชนิดอาจจะมีสารคอมพาวด์ ( Catechins ) หรือ โปลีฟีนอล ( Polyphenol ) แต่ถ้าจะทิ้งก็เป็นการทิ้งให้เปล่าประโยชน์ คณะผู้จัดทำจึงได้เล็งเห็นว่าทุกวันนี้ทรายแมวที่มีขายอยู่ตามท้องตลาดทั่วไปไม่สามารถย่อยสลายได้ซึ่งอาจจะทำให้เป็นมลพิษต่อสังคมได้ แต่ถ้าจะให้ซื้อทรายแมวที่สามารถย่อยสลายได้ก็มีราคาที่ค่อนข้างสูง คณะผู้จัดทำจึงคิดที่จะนำผักตบชวาบซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากและกากใบชาที่เหลือจากการชงชามาทำทรายแมวที่สามารถย่อยสลายได้และมีราคาที่ไม่สูง โดยขั้นตอนการดำเนินการมีดังนี้ เก็บผักตบชวาโดยใช้ส่วนที่เป็นลำต้นของผักตบชวา ปลอกเปลือกสีเขียวออก ใช้ส่วนที่เป็นสีขาวลักษณะ คล้ายฟองน้ำ หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ความยาวประมาณ 1.5-2.0 cm และนำส่วนที่คล้ายฟองน้ำไปปั่นให้ละเอียด คั้นน้ำออกให้มากที่สุด และนำไปตากแห้ง หลังจากนั้นนำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมกันโดยนำผักตบชวา : แป้งข้าวโพด : โซเดียมเบนโซเอท : กากใบชาไทย มาผสมให้เข้ากันจนจับตัวเป็นก้อน หลังจากนั้นนำมาใส่แม่พิมพ์ที่เตรียมไว้ แล้วนำไปตากแห้ง และตัดเป็นชิ้นยาวประมาณ 1.0 – 1.5 cm. เมื่อได้อัตราส่วนของทรายแมวที่สามารถดูดน้ำได้มากที่สุดแล้ว ให้นำอัตราส่วนนั้นและอัตราส่วนที่ใกล้เคียงไปเพิ่มอัตราส่วนของผักตบชวาเข้าไปเป็น 2 ส่วน หลังจากนั้นนำไป ทดสอบการดูดน้ำจนทรายแมวไม่สามารถจับตัวเป็นก้อนได้ และนำอัตราส่วนของกากใบชาไทยให้เป็น 2 และ 3 ส่วน หลังจากนั้นเลือกเฉพาะอัตราส่วนที่สามารถจับตัวเป็นก้อนได้ แล้วนำไปทดสอบการดูดกลิ่น สังเกต และบันทึกผล