การเสริมฤทธิ์ของสารสกัดสมุนไพรสาบเสือร่วมกับกะเม็งต่อการต้านการอักเสบและการสมานแผล เพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับการสมานแผล

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ชญานี แซ่จวง, นูฮา สายสอิด

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ช่อรัก วงศ์สวรรค์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2564

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

การรักษาบาดแผลด้วยสมุนไพรไทยถือเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างหนึ่งที่ใช้กันอย่างเเพร่หลาย เนื่องจากสมุนไพรเป็นสารที่ได้จากธรรมชาติและมีผลข้างเคียงน้อยกว่าสารเคมี ซึ่งร่างกายของมนุษย์มีกลไกในการสมานแผล เพื่อช่วยให้เนื้อเยื่อกลับคืนสู่สภาพปกติ โดยสามารถเเบ่งได้เป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ระยะการห้ามเลือดและการอักเสบ ระยะที่ 2 ระยะการงอกขยาย และระยะที่ 3 ระยะการปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติ คณะผู้จัดทำจึงสนใจที่จะศึกษาประสิทธิภาพการเสริมฤทธิ์ของสารสกัดสมุนไพรสาบเสือ (Chromolaena odorata L.) ร่วมกับ กะเม็ง (Eclipta prostrata L.) ในการต้านการอักเสบในเซลล์แมคโครฟาจ RAW 264.7 การสมานแผลในเซลล์ไฟโบรบลาสต์ L929 ความเป็นพิษต่อเซลล์เยื่อบุผนังหลอดเลือด (Endothelial cell)โดยวิธี MTT assay และการยับยั้งเเบคทีเรีย Staphylococcus aureus (S.aureus) และ Escherichia coli (E.coli) โดยวิธี disc diffusion techniques พบว่า สารสกัดใบสาบเสือที่ความเข้มข้น 1000 µg/ml มีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญของ S.aureus ได้มากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเส้นผ่านศูนย์กลางของบริเวณยับยั้งเชื้อแบคทีเรียเท่ากับ 10.50 ± 0.71 มิลลิเมตร และยังมีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญของ E.coli ได้ โดยมีค่าเฉลี่ยเส้นผ่านศูนย์กลางของบริเวณยับยั้งเชื้อแบคทีเรียเท่ากับ 7.00 ± 0 มิลลิเมตร ส่วนสารสกัด ใบกะเม็งที่ความเข้มข้น 1000 µg/ml มีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญของ E.coli ได้ โดยมีค่าเฉลี่ยเส้นผ่านศูนย์กลางของบริเวณยับยั้งเชื้อแบคทีเรียเท่ากับ 6.50 ± 0.71 มิลลิเมตร แต่ไม่มีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญของแบคทีเรีย S.aureus เมื่อนำสารสกัดใบสาบเสือและใบกะเม็งมาทดสอบร่วมกันในอัตราส่วนต่าง ๆ พบว่าสารสกัดสาบเสือร่วมกับกะเม็งทุกอัตราส่วนสามารถยับยั้งการเจริญของแบคทีเรีย S.aureus ได้ โดยอัตราส่วนความเข้มข้นกะเม็งต่อสาบเสือที่ 1000:1000 µg/ml สามารถยับยั้งได้มากที่สุดเท่ากับ 8.50 ± 0.71 มิลลิเมตร แต่สารสกัดสาบเสือร่วมกับกะเม็งทุกอัตราส่วนไม่สามารถยับยั้งการเจริญของแบคทีเรีย E.coli ได้ ดังนั้นสารสกัดสมุนไพรสาบเสือและกะเม็งไม่ได้มีการเสริมฤทธิ์กันในด้านการยับยั้งเเบคทีเรีย S.aureus และ E.coli

*หมายเหตุ: เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทางห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายาไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้า ผู้จัดทำจึงไม่สามารถปฏิบัติการทดลองต่อได้ แต่ได้มีการประสานงานกับทางคณะอาจารย์ที่ปรึกษาหลักและที่ปรึกษาพิเศษแล้วว่า ผู้จัดทำจะเข้าปฏิบัติการทดลองทันทีเมื่อมีการอนุญาตจากทางมหาวิทยาลัย โดยในช่วงนี้ได้มีการจัดหาเซลล์และเลี้ยงเซลล์แล้วในเบื้องต้น