การศึกษาและพัฒนาแผ่นให้ความร้อนเพื่อลดระยะเวลาในการตากผลผลิตทางการเกษตรจากผงถ่านร่วมกับผงเหล็ก

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ฉัตรพร หินโน, ศุภสิยา ศรีโคตร, ลัทธพล รักษาเมือง

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

น้ำทิพย์ ศรีแก้ว

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เลย

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2562

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานเรื่องการศึกษาและพัฒนาแผ่นให้ความร้อนจากผงถ่านร่วมกับผงเหล็ก มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและพัฒนาแผ่นให้ความร้อนลดระยะเวลาในการตากผลผลิตทางการเกษตร โดยได้แบ่งกระบวนการทดลองเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่ 1)การเตรียมผงถ่านจากดอกธูปฤาษีและเตรียมแคลเซียมออกไซด์จากเปลือกหอยแมลงภู่ 2)การหาอัตราส่วนที่เหมาะสมของแผ่นให้ความร้อน และ 3)การทดสอบประสิทธิภาพของแผ่นให้ความร้อน จากการศึกษาพบว่า การนำดอกธูปฤาษีมาใช้ในการเผาเป็นผงถ่าน โดยถ่านจากดอกธูปฤาษี 209.66 กรัม สามารถเผาเป็นผงถ่านได้ 42.43 กรัม คิดเป็นร้อยละ 20.23 และจากการนำเปลือกหอยแมลงภู่มาใช้ในการสกัดสารแคลเซียมออกไซด์ โดยเปลือกหอยแมลงภู่ 524.33 กรัม สามารถสกัดเป็นแคลเซียมออกไซด์ได้ 226.20 กรัม คิดเป็นร้อยละ 43.14 ในการหาอัตราส่วนระหว่างผงถ่าน ผงเหล็ก แคลเซียมคลอไรด์ แคลเซียมออกไซด์และน้ำ จากทั้งหมด 12 อัตราส่วน พบว่าอัตราส่วนของสารที่ให้ความร้อนในช่วง 60-70 °C คืออัตราส่วนที่ 10 โดยมีอัตราส่วนของ ผงถ่าน : ผงเหล็ก : CaO : CaCl2 : น้ำ เป็น 3 : 10 : 20 : 10 : 25 สามารถให้ความร้อนได้เป็นระยะเวลา 170 นาที จากการทดสอบประสิทธิภาพของแผ่นให้ความร้อน โดยนำข้าวเปลือก 100 กรัม มาตากบนแผ่นให้ความร้อนขนาด 15x15 เซนติเมตร เป็นระยะเวลา 3 ชั่วโมง พบว่าแผ่นให้ความร้อนมีประสิทธิภาพในการลดปริมาณความชื้นของข้าวเปลือกเมื่อตากกลางแจ้ง คิดเป็นร้อยละ 31.54 และเมื่อตากในร่ม คิดเป็นร้อยละ 15.24 เมื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของแผ่นให้ความร้อนกับการตากแบบธรรมดาพบว่าแผ่นให้ความร้อนมีประสิทธิภาพในผลผลิตทางการเกษตรมากกว่าการตากแบบธรรมดา คิดเป็นร้อยละ 9.37 เมื่อตากกลางแจ้ง และคิดเป็นร้อยละ 11.30 เมื่อตากในร่ม แผ่นให้ความร้อนสามารถลดระยะเวลาในการตากผลผลิตทางการเกษตรได้ดีกว่าการตากผลผลิตทางการเกษตรในรูปแบบปกติ ผลจากการทดสอบการเก็บข้าวร่วมกับแผ่นให้ความร้อนที่หมดประสิทธิภาพในการให้ความร้อนแล้ว พบว่าสามารถดูดซับความชื้นได้ดีกว่าการเก็บข้าวแบบปกติร้อยละ 8.10