การอาบเส้นใยฝ้ายด้วยน้ำยางพาราธรรมชาติเพื่อลดการเกิดเชื้อราและเพิ่มความต้านทานน้ำ

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ภทรกร นิสภวาณิชย์, พิมพ์ชนก อุตรภาศ, ศุทธินี สมาทิน

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

จันทร์ทิพย์ จุลศักดิ์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนเบญจมราชูทิศ

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2563

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

การจัดทำโครงงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิธีการอาบเส้นใยฝ้ายด้วยน้ำยางพาราธรรมชาติเพื่อ เพิ่มประสิทธิเพิ่มประสิทธิภาพความต้านทานน้ำและลดการเกิดเชื้อราของเส้นใยฝ้าย และทดสอบสมบัติทางกายภาพของเส้นใยฝ้ายที่ผ่านการอาบด้วยน้ำยางพาราธรรมชาติ

จากการทดลองเพื่อศึกษาวิธีการอาบเส้นใยฝ้ายด้วยน้ำยางพาราธรรมชาติ เพิ่มประสิทธิในการลดการเชื้อราและเพิ่มความต้านทานน้ำของเส้นใยฝ้าย และทดสอบสมบัติทางกายภาพของเส้นใยฝ้ายที่ผ่านการอาบด้วยน้ำยางพาราธรรมชาติ เมื่ออาบเส้นใยฝ้ายลงไปในน้ำยางพาราธรรมชาติที่มีความเข้มข้นต่างกันคือ ความเข้มข้นร้อยละ 0.2,0.4,0.6,0.8,1,2,4,6,8,10,20,40,60,80 และ100 โดยปริมาตร จากนั้นนำเส้นใยฝ้ายไปอบเพื่อให้เหลือเฉพาะอนุภาคยางและขจัดความชื้นออกจากเส้นใยฝ้าย จากนั้นทำการทดสอบวัดค่ามุมสัมผัสของเส้นใยฝ้ายอาบน้ำยางพาราธรรมชาติในแต่ละความเข้มข้นเพื่อศึกษาประสิทธิภาพในการดูดซึมน้ำของเส้นใยฝ้าย โดยเส้นใยฝ้ายที่มีค่ามุมสัมผัสมาก จะดูดซึมน้ำได้น้อยแสดงว่าจะมีความชื้นเกิดขึ้นน้อยทำให้เกิดเชื้อราได้น้อยลงด้วย

เส้นใยฝ้ายที่อาบน้ำยางพาราธรรมชาติที่ความเข้มข้นต่างกันมีร้อยละการดูดซึมน้ำที่แตกต่างกัน โดยผ้าฝ้ายที่อาบด้วยน้ำยางพาราธรรมชาติที่ร้อยละความเข้มข้น100 มีร้อยละการดูดซึมน้ำมากที่สุด และรองลงมาตามลำดับ และจากการทดสอบวัดค่ามุมสัมผัส พบว่า เส้นใยฝ้ายที่อาบน้ำพาราธรรมชาติที่แต่ละความเข้มข้น มีค่ามุมสัมผัสอยู่ในช่วง 80-90 องศา โดยความเข้มข้นร้อยละ 10 โดยปริมาตร มีค่ามุมสัมผัส 83.1 องศา ซึ่งมีค่ามุมสัมผัสใกล้เคียงกับความเข้มข้นร้อยละ 4,6,8,10,20,40,60,80และ100 โดยปริมาตร ทำให้น้ำยางพาราธรรมชาติที่ความเข้มข้นร้อยละ 10 โดยปริมาตร เหมาะสมในการนำมาอาบเส้นใยฝ้าย เพราะใช้ปริมาณน้ำยางน้อยแต่สามารถให้ประสิทธิภาพเหมือนกับน้ำยางพาราธรรมชาติที่มีความเข้มข้นมากกว่า