การศึกษาอัตราส่วนเซลลูโลสและปุ๋ยมีผลต่อคุณสมบัติทางกายภาพของถุงเพาะชำและ การเจริญเติบโตของต้นพืช

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

สุวัชญาภรณ์ ไชยเนตร, พัฑรา จ๋าจุ๋มป๋า, ภาณุมาศ แก้วคำมูล

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

เอนก ไชยบุตร

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2563

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ปัจจุบันประเทศไทยมีขยะที่เกิดขึ้นในแต่ละปีมากกว่า 26 ล้านตัน ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่ถูกนำไปเข้าสู่กระบวนการฝังกลบหรือโดยวิธีการเผา ซึ่งวิธีการดังกล่าวถึงแม้จะเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย แต่ไม่ได้เป็นแนวทางที่สามารถลดปัญหาขยะได้อย่างแท้จริง เพราะจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อมทั้งทางบก ทางน้ำและทำให้เกิดสารพิษปนเปื้อนในอากาศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ (สมาคมพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อม,2561) จากการเก็บข้อมูลการกำจัดวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร อ.บ้านคา จ.ราชบุรี มีพื้นที่ปลูกสับปะรดประมาณ 1 แสนไร่ เป็นอาชีพหลัก ซึ่งการปลูกรุ่นหนึ่งจะใช้เวลาประมาณ 4 ปี หลังจากนั้นก็จะถอนแปลงออก ซึ่งเกษตรกรจะใช้ทั้งการถอนใบแล้วเผา ซึ่งเป็นการสร้างมลพิษให้แก่สิ่งแวดล้อมทางบกและทางอากาศ

(พลเชษฐ์ ตราโช,2563) การนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งและการทำถุงเพาะชำที่ย่อยสลายได้ก็เป็นการช่วยลดปัญหาขยะได้เช่นกัน

สับปะรดเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดี เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ เมื่อเจริญเป็นผลแล้วจะเจริญต่อไปโดยตาที่ลำต้นจะเติบโตเป็นต้นใหม่ได้อีก ซึ่งใบสับปะรดที่เหลือทิ้งจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ประมาณ 5,000 กิโลกรัมต่อไร่ จะถูกเผาทิ้งเพื่อเตรียมแปลงใหม่ (สมชาย อุไกรหงสา, 2563)

จากปัญหาดังกล่าวขัางต้นผู้วิจัยต้องการศึกษาอัตราส่วนของถุงเพาะชำชีวภาพจากใบสับปะรดต่อคุณสมบัติทางกายภาพของถุงเพาะชำและอัตราการเจริญเติบโตของต้นพืช โดยขึ้นรูปแผ่นฟิล์มโดยการทำแห้งที่ 60 องศาเซลเซียส นาน 18 ชั่วโมง นำแผ่นฟิล์มที่ได้ไปทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพได้แก่ ค่าการละลายน้ำ ค่าต้านทานแรงดึง และอัตราการซึมผ่านของไอน้ำ เพื่อเป็นแนวทางในการแปรรูปวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้เป็นวัสดุย่อยสลายได้