การศึกษาความเป็นไปได้และพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมการขายสินค้าเฉพาะถิ่น กรณีศึกษาบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์จากการแปรรูปกล้วย ชุมชนบ้านบางกระน้อย อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ลักษณ์ชนก แป้นชาวนา, กมลชนก พรมบาง, ภัฐชนก เขียวโต

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

อรพรรณ พยัฆกุล

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนเซนต์นิโกลาส

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

จากการศึกษาขั้นตอนการทำกระดาษเยื่อไมยราบยักษ์และฟางข้าวพบว่าร้อยละของผลิตภัณฑ์เยื่อที่ได้จากวัตถุดิบมีค่า ร้อยละ 96.48 ซึ่งถือว่ามีร้อยละของผลิตภัณฑ์เยื่อค่อนข้างสูง เนื่องจากปริมาณเยื่อที่สูงจะทำให้เส้นใยเกิดการสานกันแน่น ทำให้เกิดความแข็งแรงเมื่อนำไปทำกระดาษสำหรับการพัฒนาเป็นบรรจุภัณฑ์ และเมื่อศึกษาผลความสามารถในการทนต่อแรงภายนอกของกระดาษจากไมยราบยักษ์และฟางข้าวที่มีปริมาณของเยื่อตั้งต้นสูงสุดมีการถ่วงน้ำหนักได้สูงสุดที่ 950 g. ทำให้กระดาษยืดออกจากความยาวเดิมเฉลี่ย 1.18 cm. หาค่าความเครียดเฉลี่ยได้ 0.06 ส่งผลต่อความแข็งแรงของกระดาษต่อการนำไปใช้ประโยชน์ ซึ่งความหนาจะส่งผลต่อความแข็งแรงของบรรจุภัณฑ์กันกระแทก โดยมีค่าน้ำหนักมาตรฐานเฉลี่ยสูงที่สุดคือ 468.14 ± 5.34 ซึ่งถือว่าเป็นน้ำหนักมาตรฐานของบรรจุภัณฑ์ที่อยู่ในเกณฑ์กำหนดของมาตรฐานอุตสาหกรรมชุมชน (มอก.214) ที่กำหนดค่าน้ำหนักมาตรฐานของบรรจุภัณฑ์จากกระดาษเยื่อที่ได้จากเศษเหลือทิ้งทางการเกษตร ไม่ควรน้อยกว่า 40 g./mm3 การศึกษาการสกัดสีย้อมธรรมชาติโดยใช้สีแดงจากกระเจี๊ยบ และสีน้ำเงินจากอัญชัน โดยนำน้ำสีที่สกัดได้ไปวัดค่าความเป็นกรดด่าง (pH) เบื้องต้น พบว่าน้ำสีจากสีย้อมธรรมชาติมีค่าความเป็นกรดโดยเฉพาะกระเจี๊ยบ โดยพบว่าค่าความเป็นกรดดังกล่าว ส่งผลต่อความสามารถในการติดสีของกระดาษที่นำมาย้อมได้เป็นอย่างดี ผลการวิเคราะห์ความต้องการบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์กล้วย ชุมชนบ้านบางกระน้อย อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลกพบว่า (ความต้องบรรจุภัณฑ์กล้วยกรอบแก้วประเภทกล่อง จำนวน 198 คน คิดเป็นร้อยละ 79.2 ลักษณะบรรจุ ภัณฑ์ มีดังนี้ แสดงเอกลักษณ์ของสินค้า จำนวน 149 คน คิดเป็นร้อยละ 59.6 ปัจจัยในการซื้อ มีดังนี้ เป็นของฝากจำนวน 98 คน คิดเป็นร้อยละ 39.2 ความต้องการวัสดุทำบรรจุภัณฑ์ มีดังนี้ กระดาษจากเส้นใยธรรมชาติ จำนวน 102 คน คิดเป็นร้อยละ 40.8 และ ความต้องการโทนสีบนบรรจุภัณฑ์ มีดังนี้ สีที่ได้จากสีสกัดธรรมชาติ 138 คน คิดเป็นร้อยละ 55.2

ผลการวิเคราะห์ปัจจัยเกี่ยวกับรูปแบบผลิตภัณฑ์ ต้นทุนและความคุ้มค่า ที่ส่งผลกระทบกับผู้บริโภคหรือผู้ซื้อสินค้า พบว่า ในภาพรวม อยู่ในระดับมาก (  = 4.18, S.D. = 0.07) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ อยู่ในระดับมาก (  = 4.45, S.D. = 0.09) ด้านความคุ้มทุน อยู่ในระดับมาก (  = 4.44, S.D. = 0.15) และด้านต้นทุน อยู่ใน ระดับมาก (  = 3.66, S.D. = 0.16)

โดยนำผลการวิเคราะห์กระดาษจากเส้นใยธรรมชาติที่ผ่านการย้อมด้วยสารสกัดสีจากธรรมชาติไปพัฒนาเป็นบรรจุภัณฑ์ต้นแบบต่อไป