กระดาษซับมันจากกากมะพร้าวและเส้นใยของต้นกก

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

โกษม พาหุมันโต, นฤพัฒน์ อัยสานนท์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

พัชรา พงศ์มานะวุฒิ

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ตรัง

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2562

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาอัตราส่วนระหว่างกากมะพร้าวกับเส้นใยต้นกกที่เหมาะสมต่อการนำมาทำกระดาษซับมัน และเปรียบเทียบประสิทธิภาพของกระดาษซับมันจากกากมะพร้าวและเส้นใยของต้นกกกับกระดาษซับน้ำมันที่มีขายในท้องตลาด โดยการขึ้นรูปกระดาษที่มีส่วนผสมของกากมะพร้าวกับเส้นใยของต้นกกในอัตราส่วน 100:0, 80:20, 60:40, 40:60 20:80 และ 0:100 ตามลำดับ และนำไปทดสอบการดูดซับน้ำมันของกระดาษ พบว่าในแต่ละอัตราส่วนสามารถดูดซับน้ำมันพืชได้แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยในกระดาษอัตราส่วนของกากมะพร้าวต่อกกเป็น 40:60 ให้ผลการดูดซับน้ำมันที่ดีที่สุดคือ 7.42±0.50 กรัมต่อน้ำหนักของกระดาษ กระดาษจากกากมะพร้าวและเส้นใยจากกกที่อัตราส่วน 40:60 จึงเหมาะสมสำหรับการทำกระดาษซับน้ำมันมากที่สุด เพราะสามารถดูดซับน้ำมันได้มากกว่า 7 เท่าของน้ำหนักกระดาษ ทั้งนี้เนื่องจากกากมะพร้าวมีความเป็นขั้วน้อยกว่ากก จึงสามารถดูดซับน้ำมันได้ดีกว่ากระดาษในอัตราส่วนที่มีกกมากกว่า ส่วนกระดาษที่มีปริมาณกากมะพร้าวเพิ่มขึ้นมากกว่า 40% ให้ผลการดูดซับน้ำมันลดลงเนื่องจากเมื่อมีการขึ้นรูปเป็นกระดาษแล้วประสิทธิภาพในการขึ้นรูปลดน้อยลงโดยจะมีเศษของกากมะพร้าวหลุดออกมาเมื่อกระดาษแห้งดีแล้ว ทำให้กระดาษมีความเหนียวลดลง ตามปริมาณกากมะพร้าวที่เพิ่มขึ้น และไม่สามารถขึ้นรูปเป็นกระดาษได้เมื่อใช้กากมะพร้าว 100% เมื่อนำกระดาษซับน้ำมันจากกากมะพร้าวและเส้นใยจากกกที่อัตราส่วน 40:60 และกระดาษซับน้ำมันในท้องตลาด มาทดสอบการดูดซับน้ำมันพืช พบว่า กระดาษกระดาษซับน้ำมันจากกากมะพร้าวและเส้นใยจากกกให้ผลการดูดซับน้ำมันพืชได้น้อยกว่ากระดาษซับน้ำมันในท้องตลาด โดยดูดซับได้ 7.08±0.16 และ 9.52±0.53 เท่าของน้ำหนักกระดาษ ตามลำดับ ทั้งนี้เนื่องจากกระดาษซับน้ำมันในท้องตลาดมีความความอ่อนนุ่มมากกว่า โอกาสที่จะสัมผัสพื้นผิวของอาหารจะมากกว่า ซึ่งผลการดูดซับไม่ได้แตกต่างกันมากนัก กระดาษซับน้ำมันจากกากมะพร้าวและเส้นใยจากกก จึงมีความเหมาะสมที่จะนำกากมะพร้าวที่เป็นวัสดุเหลือใช้ และต้นกกที่เป็นวัชพืชที่มีมากในท้องถิ่นดังกล่าวไปปรับปรุงพัฒนาเป็นวัสดุดูดซับน้ำมันให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไปได้