ระบบติดตามการกินยาของผู้สูงอายุ

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พงศ์สฤษฎิ์ เกตุแก้ว, ฐิติรัตน์ ม๊สวีสดิ์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

นพมาศ ปักเข็ม, ณภัทร แก้วภิบาล

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนป่าพะยอมพิทยาคม (โครงการ วมว.-ม.ทักษิณ)

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

สังคมผู้สูงอายุ คือ สังคมในประเทศใดที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป เป็นสัดส่วนเกิน 10% หรืออายุ 65 ปีขึ้นไป เกิน 7% ของประชากรทั้งประเทศ ถือว่าประเทศนั้นได้ก้าวเข้าสู่สังคม ผู้สูงอายุ และจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์แบบ เมื่อสัดส่วนประชากร อายุ 60 ปีขึ้นไป เพิ่มเป็น 20% และอายุ 65 ปีขึ้นไป เพิ่มเป็น 14% (นวรัตน์ และ นูรรีย๊ะ 2019) ซึ่งในประเทศไทยได้นิยามคำว่า “ผู้สูงอายุ” ไว้ในพระราช-บัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 ว่าหมายถึง “ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป” เมื่อพิจารณาการประมาณการจำนวนประชากรในนประเทศไทยช่วงระยะเวลา 20 ปี (พ.ศ. 2557-2576) จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 68.1 ล้านคน ในปี พ.ศ. 2556 เป็น 73.6 ล้านคนในปี พ.ศ.2576 และปรากฏการณ์นี้ได้ส่งผลต่อโครงสร้างอายุของประชากรที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นสังคมผู้สูงอายุแบบสมบูรณ์ (สามารถ 2019)

ซึ่งในวัยผู้อายุนั้นจะมีปัญหาทางด้านสุขภาพมากมาย และ เมื่อเข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาล เพื่อการรักษาอย่างต่อเนื่อง แพทย์ก็จะสั่งยากลับมาให้รับประทานที่บ้านและเนื่องจากในวัยผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นวัยที่มักจะมีอาการหลงลืมและทำให้ลืมกินยาได้ ดังนั้น หากสามารถสร้างระบบที่มีการติดตามการกินยาของผู้สูงอายุได้จะทำให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงสามารถใช้เป็นข้อมูลประวัติการกินยาให้แก่ผู้ดูแล หรือ แพทย์ที่ทำการรักษาได้ แต่ในปัจจุบันระบบการติดตามการกินยาของผู้ป่วยเป็นการติดตามที่ไม่ทันสมัย โดยการทำวิจัยที่ผ่านมาที่เกี่ยวกับการติดตามผลการกินยาของผู้ป่วยได้มีการติดตามข้อมูลการทานยาของผู้ป่วยโดยการสัมภาษณ์ผู้ป่วย เพื่อนำมาเป็นข้อมูลประเมินผลในงานวิจัย (นิติรัตน์, จุฑามาศ, พรทิวา และ ภิญญาพัชญ์ 2021) นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยอีกงานหนึ่งที่ติดตามการกินยาแบบ 2-2-2 ซึ่งการติดตามแบบ2-2-2 นั้น มี 3 องค์ประกอบ ได้แก่ 1.การแจ้งรับ-ส่งต่อข้อมูล ให้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ภายใน 2 วันหลังจากขึ้นทะเบียน 2. การติดตามการกินยาของผู้ป่วยโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ใน 2 สัปดาห์แรกของการรักษา 3. การติดตามการกินยาอย่างต่อเนื่องโดยพี่เลี้ยงใน 2 เดือนแรกของการรักษา (วันชัย 2019) ซึ่งจากงานวิจัยที่มีอยู่เดิมนี้การที่เราติดตามผู้ป่วยด้วยการสัมภาษณ์หรือใช้หลักการแบบ 2-2-2 นั้น ไม่ได้เป็นการติดตามแบบเวลาจริงๆ ณ ตอนที่กินยา ทำให้ให้การตรวจสอบการกินยานั้นมีโอกาสที่จะเกิดการผิดพลาดในการติดตามผลการกินยาได้ นำไปสู่การพัฒนาแอปพลิเคชันการติดตามการกินยาของผู้ป่วย ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้สามารถบันทึกข้อมูลได้สะดวก รวดเร็วและสามารถแสดงประวัติการกินยาของผู้ป่วยสูงอายุได้ ทำให้แพทย์ผู้รักษาสามารถประเมินผลการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ