แบบจำลองโครงสร้างรูปร่างตาข่ายของขดลวดขยายหลอดเลือดหัวใจเพื่อเพิ่มอัตราการไหลของเลือดหลังจากการทำบอลลูนในการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ลภัสรดา ภาสสกุลวงศ์, พีรนภ วรวัฒนพิบูลย์, นัสมา เชิดฉัน

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

สุชญา ศรีอุดม, สรารัตน์ คนซื่อ

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เพชรบุรี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2563

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ในปัจจุบันพบว่าสาเหตุของการเสียชีวิตของคนไทยที่ไม่ใช่อุบัติเหตุ มาจากโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงเป็นอันดับ 2 เป็นรองเพียงแค่โรคมะเร็งเท่านั้น และจากตัวเลขจากกระทรวงสาธารณสุข ยังบ่งชี้ด้วย

ว่า ในช่วงระยะ 10 ปี ที่ผ่านมา คนไทยมีแนวโน้มการเสียชีวิตด้วยโรคนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

โดยเฉพาะ “โรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน” ที่ปัจจุบันคนไทยมีอัตราการเกิดโรคนี้มากสุด โดยการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบมีทางเลือกที่ดีและเป็นที่นิยม คือ “การทำบอลลูน” การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยเป็นหัตถการที่มีการรุกล้ำร่างกายผู้รับการรักษาน้อยที่สุด วัตถุประสงค์ของการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและการใส่ขดลวดขยายหลอดเลือดเพื่อดันไขมันที่อุดตันหลอดเลือดอยู่ให้ไปชิดกับผนังหลอดเลือด ทำให้เลือดสามารถไหลผ่านจุดที่เคยตีบได้สะดวกขึ้น เมื่อเลือดไหลผ่านได้ดีขึ้น ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บหน้าอกน้อยลง หายใจได้เต็มที่ขึ้น และลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันได้ และในปัจจุบัน ขดลวดขยายหลอดเลือดที่นิยมใช้มากที่สุดคือรูปแบบที่มาช่องตาข่ายเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน แต่จากการศึกษาและหาข้อมูลพบว่า เนื่องจากเส้นเลือดจะมีแขนง และเมื่อใส่ขดลวดขยายหลอดเลือดเข้าไปจะทำให้ขวางทางเดินเลือด ทางผู้จัดทำคิดว่าถ้าเรามีพื้นที่ระหว่างขดลวดขยายหลอดเลือดมาก จะทำให้การขวางทางของเลือดลดน้อยลงและมีอัตราการไหลของเลือดเพิ่มมากขึ้น ทางผู้จัดทำจึงออกแบบรูปแบบของขดลวดขยายหลอดเลือดแล้วทำการสร้างแบบจำลองของขดลวดขยายหลอดเลือดในโปรแกรมSolidworksโดยมี 2 รูปแบบหลัก คือ แบบที่มีการตีบบริเวณ side brunch และไม่มีการตีบบริเวณ side brunch และมีการออกแบบรูปแบบตาข่ายของขดลวดเป็นรูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน และรูปหกเหลี่ยม โดยกำหนดให้เส้นรอบรูปเท่ากันเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพอัตราการไหลของเลือดว่ารูปแบบใดมีอัตราการไหลของเลือดมากที่สุด