ผลการใช้สารสกัดจากใบผกากรองต่อการเร่งกระบวนการเปลี่ยนแปลงรูปร่างสู่ระยะดักแด้ของด้วงเต่าทองเพื่อการใช้ควบคุมศัตรูพืช

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ชลธาร คำเมฆ, ณปวี พิมสาร, เขมจิรา ทิพย์ประเสริฐ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

สุธิพงษ์ ใจแก้ว, เกียรติศักดิ์ อินราษฎร

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ด้วงเต่าทองเป็นเเมลงตัวห้ำชนิดหนึ่งที่กินแมลงศัตรูพืชเป็นอาหาร ในปัจจุบันเกษตรกรส่วนใหญ่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชทางด้านการเกษตรเป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งเเวดล้อม โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเร่งระยะเวลาการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของด้วงเต่าทองให้เป็นตัวเต็มวัยให้เร็วขึ้น เพื่อนำไปใช้ควบคุมศัตรูพืชได้ทันตามความต้องการ ด้วยสารสกัดจากใบผกากรอง โดยแบ่งการทดลองออกเป็น 2 ตอน ดังนี้ สกัดใบผกากรองด้วยตัวทำละลายเอทานอล โดยนำผกากรองมาล้างน้ำกลั่นแล้วผึ่งให้แห้ง นำมาหั่นให้ละเอียด แล้วนำไปสกัดแบบต่อเนื่องโดยใช้เอทานอล 95% เป็นตัวทำละลาย โดยใช้ใบผกากรอง 20 กรัมต่อ เอธานอล 200 มิลลิลิตร นำไปสกัดด้วยตัวทำละลายเปรียบเทียบร้อยละผลผลิต นำไปตรวจสอบสาร Lantadene ด้วยวิธี TLC (Thin-Layer Chromotography) การใช้เอทานอลเป็นตัวทำละลายเป็นตัวทำลายที่ดีที่สุดเพราะว่าเป็นสารที่ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งเเวดล้อม จากนั้นนำสารสกัดที่ได้ไปเจือจางด้วยน้ำให้ได้ความเข้มข้น 0.01 ,0.1 และ 1 ไมโครกรัมต่อไมโครลิตรตามลำดับ เเล้วนำไปฉีดพ่นในใบไม้ที่หนอนซอนใบ 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ในระยะเวลา 1 เดือน แล้วนำหนอนชอนใบที่เลี้ยงด้วยการกินสาร Lantadene ให้ด้วงเต่าทองในระยะตัวอ่อนกิน สารสกัดความเข้มข้น 0.1 ไมโครกรัมต่อไมโครลิตร ทำให้เข้าเป็นดักแด้ได้ร้อยละ 98 ความเข้มข้น 0.01 ไมโครกรัมต่อไมโครลิตร ทำให้เข้าเป็นดักแด้ได้ร้อยละ 94 และความเข้มข้น 1 ไมโครกรัมต่อไมโครลิตรทำให้เข้าเป็นดักแด้ได้ร้อยละ 91 จากการศึกษาในครั้งนี้จะนำมาเป็นแนวทางในการประยุกต์ใช้พืชในท้องถิ่นมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการกำจัดศัตรูพืชด้วยชีววิธีได้อย่างยั่งยืน