การศึกษาผลของ reflection effect และเปรียบเทียบกราฟแสงความสัมพันธ์ O-C ของระบบดาวคู่อุปราคา NY Vir และ HW Vir
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
ยูจิ ยาหงิ
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
ศราวุธ ปุดมาเล
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
ระบบดาวคู่อุปราคา NY Vir และ HW Vir เป็นดาวประเภท Subdwarf B (sdB) ซึ่งเป็นระบบดาวที่มีคาบการโคจรสั้น จึงง่ายต่อการศึกษาและเก็บข้อมูล โดยที่ผ่านมา ผู้จัดทำได้ศึกษาค่าพารามิเตอร์และสร้างโมเดลของระบบดาวคู่ทั้งสองระบบ พบว่าระบบดาวคู่ทั้งสองระบบ เป็นระบบดาวคู่แบบไม่ติดกัน ( Detached binary star system) และจากการศึกษาค่าพารามิเตอร์และกราฟแสง พบว่าระบบดาวคู่ทั้งสองระบบมีลักษณะกราฟแสงและค่าพารามิเตอร์ใกล้เคียงกัน และจากการศึกษาในครั้งนั้นได้ค่าคาบการโคจรของระบบดาวคู่ทั้งสอง เท่ากับ 0.1000 และ 0.1166 วัน ตามลำดับ โดยจากการสังเกตลักษณะของกราฟแสงของระบบดาวคู่อุปราคาทั้งสองระบบที่กล่าวมาข้างต้นมีลักษณะที่แตกต่างจากลักษณะของระบบดาวคู่อุปราคาชนิดอื่น เนื่องจากรูปแบบของกราฟแสง ณ เวลาที่ดาวทั้งสองดวงยังไม่อุปราคากันมีค่าฟลักซ์เปลี่ยนแปลง ซี่งปกติในช่วงเวลานี้ค่าฟลักซ์ของดาวที่วัดได้ควรมีค่าคงที่ โดยผู้จัดทำได้ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมพบว่าเกิดจากปรากฏการณ์ที่เรียกว่า reflection effect ซึ่งมีผลมาจากค่าพารามิเตอร์ที่แตกต่างกันระหว่างดาวปฐมภูมิและดาวทุติยภูมิ จึงทำให้ผู้จัดทำสนใจที่จะศึกษาในประเด็นนี้ต่อ เพื่อตรวจสอบและสรุปลักษณะของการเกิดปรากฏการณ์ reflection effect ของดาวคู่อุปราคา NY Vir และ HW Vir ว่ามีความสอดคล้องหรือแตกต่างกันอย่างไร และผู้จัดทำยังสนใจที่จะศึกษาถึงการมีอยู่ของวัตถุที่สามของระบบดาวคู่อุปราคาทั้งสองระบบ โดยการศึกษาในประเด็นนี้จะต้องศึกษาผ่านกราฟแสงความสัมพันธ์ O-C ของดาวคู่อุปราคาทั้งสองดวง เพื่อวิเคราะห์ลักษณะของกราฟแสงความสัมพันธ์ O-C ว่าทั้งสองระบบมีโอกาสที่จะเจอวัตถุที่สามหรือไม่ ในการสร้างกราฟแสงความสัมพันธ์ O-C นั้น จะต้องหาค่าเวลาที่แสงน้อยที่สุดจากการสังเกต ( O ) และค่าเวลาน้อยที่สุดที่ได้จากการคำนวณ ( C ) และนำสองค่านี้มาลบกัน เพื่อนำไปเขียนกราฟความสัมพันธ์ระหว่าง O-C กับค่า Epoch และจากลักษณะกราฟความสัมพันธ์ดังกล่าว เราสามารถวิเคราะห์ของการมีอยู่ของวัตถุที่สามได้