การศึกษาปริมาณการสะสมของไมโครพลาสติกในทางเดินอาหารของสัตว์น้ำ และประสิทธิภาพของ gut microbiota ของสัตว์ต่อการกำจัด Microplastics
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
พราวประภัทร์ จุกมงคล, สุรีพร เบ้าเรือง, กรรวี ว่องตระกูล
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
นัดดา สุธรรมมิกร
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
จากสถานการณ์ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน หนึ่งในปัญหาหลักที่สำคัญที่ทุกประเทศทั่วโลกต้องเผชิญคือ ปัญหาขยะพลาสติก โดยในแต่ละปีมีขยะพลาสติกประมาณ 12 ล้านตัน ถูกทิ้งลงสู่ท้องทะเลและมหาสมุทร ซึ่งมีเพียงร้อยละ 5 ที่พบเห็นเป็นชิ้นส่วนลอยอยู่ในทะเล ส่วนที่เหลือนั้นจมอยู่ใต้ท้องมหาสมุทรทั่วโลก พลาสติกบางชนิดที่เริ่มย่อยสลายเป็นชิ้นเล็กๆ เรียกว่าไมโครพลาสติก ไมโครพลาสติกที่ถูกบริโภคโดยสัตว์น้ำ จะเข้าสู่ทางเดินอาหาร บางส่วนถูกดูดซึม และสะสมในเนื้อเยื่อของสิ่งมีชีวิตในน้ำ ส่งผลถึงความหลากหลายทางชีวภาพ นอกจากนี้มนุษย์ยังได้รับไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกายเป็นจำนวนมากเฉลี่ยประมาณ 50,000 อนุภาค/ปี จากงานวิจัยที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าการสะสมของไมโครพลาสติก ส่งผลกระทบต่อสุขภาพมนุษย์ เช่น รบกวนการทำงานของฮอร์โมนเพศ เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง
จากปัญหาดังกล่าวทางกลุ่มผู้วิจัย จึงมีความสนใจที่จะศึกษาปริมาณการสะสมของไมโครพลาสติกในสัตว์น้ำตามลำดับขั้นในห่วงโซ่อาหารประกอบด้วย หอยแมลงภู่ (Perna viridis), ปลาหมึกสาย (Octopus membranaceous), ปลาตะเพียน (Barbonymus gonionotus) และ ปลาดุก (Clarias microcephalus), โดยทำการวัดความยาว และน้ำหนักของตัวอย่างตรวจ จากนั้นนำเนื้อเยื่อของสัตว์มาทำการย่อยด้วยน้ำ จากนั้นนำเข้าตู้อบที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 5 ชั่วโมง ทำการนับและคำนวณหาปริมาณไมโครพลาสติกที่สะสม จากผลการศึกษาพบว่ามีการสะสมของไมโครพลาสติกดังนี้ 3.13 ± 4.68, 2.57 ± 2.14, 4.16 ± 2.79, 5.39 ± 2.54 ชิ้น/ตัว ตามลำดับ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าไมโครพลาสติกสามารถพบได้ในเนื้อเยื่อทางเดินอาหารของตัวอย่างตรวจทุกชนิดที่เลือกมาทำการทดสอบ ในปริมาณที่แตกต่างกัน ผู้วิจัยคาดว่าผลดังกล่าว เป็นเพราะพฤติกรรมการบริโภค แหล่งที่อยู่ และลำดับขั้นการกินของสัตว์เหล่านั้นในห่วงโซ่อาหาร จากนั้นศึกษาถึงผลของ gut microbiota ของมนุษย์ต่อการลดระยะเวลาในการย่อยสลายไมโครพลาสติก โดยทางกลุ่มผู้วิจัยเลือกใช้เชื้อ Lactobacillus และ Bifidobacterium ในการศึกษาการย่อยสลายของไมโครพลาสติ