เปรียบเทียบประสิทธิภาพสารสกัดหยาบจากเปลือกผลไม้ในการยับยั้งเชื้อราที่ก่อให้เกิดโรคเเอนเเทรคโนสในกล้วยหอม

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ติณณ์ถิรวิทย์ เกื้อรอด, กฤตภาส ปานจันทร์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

นันธิชา เกตุแก้ว

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ตรัง

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

กล้วยหรือชื่อวิทยาศาสตร์Musa sapientum Linnaeusเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย เนื่องจากเป็นพืชที่ปลูกง่าย หาทานง่าย มีประโยชน์มาก และราคาไม่แพง แต่มีปัญหาที่เกิดระหว่างการเก็บเกี่ยวซึ่งจัดเป็นปัญหาสำคัญที่มักพบในกล้วย โดนเฉพาะโรคแอนแทรกโนสที่เกิดจากเชื้อรา คอลเลตโตตริกัม กริโอสปอริออยริออยเดส( Colletotrichum gloeosporioides )

โรคแอนแทรคโนสเกิดจากเชื่อราคอลเลตโตตริกัม กริโอสปอริออยริออยเดส เชื้อราชนิดนี้สามารถเข้าทำลายส่วนต่างๆของพืช คือ ใบ ลำต้น และผล โดยจะเข้าสู่พืชทางแผลที่เกิดจากความเสียหายของพืช และทำให้เกิดการเน่าเสีย โดยวิธีป้องกันในปัจจุบันส่วนใหญ่นิยมใช้สารเคมีฉีดพ่นบริเวณพืชทำให้มีสารตกค้างและเกิดการปนเปื้อนสารเคมี

ในปัจจุบันเกษตรกรนิยมใช้สารเคมีในการป้องกันโรคในพืช ซึ่งวิธีดังกล่าวอาจทำให้มีสารเคมีตกค้างในพืชผลและจะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ทำให้เกษตรกรบางกลุ่มหันมาให้ความสนใจเกี่ยวกับวิธีป้องกันโดยใช้สารสกัดจากพืชสมุนไพรเพราะมีความปลอดภัยต่อพืชผลและผู้บริโภค และทางผู้จัดทำโครงงานได้ศึกษาค้นคว้าและพบว่าเปลือกผลไม้บางชนิดมีสารที่สามารถยับยั้งเชื้อราคอลเลตโตตริกัม กริโอสปอริออยริออยเดสได้

ผู้จัดทำโครงงานมีความสนใจศึกษาการเปรียบเทียบประสิทธิภาพสารสกัดจากเปลือกผลไม้ ได้แก่ ส้มโอ มังคุด มะละกอ และสับปะรด เพื่อทำการเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อราคอลเลตโตตริกัม กริโอสปอริออยริออยเดสสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคแอนแทรคดนสในกล้วย ประโยชน์ของโครงงานนี้คือ การใช้เปลือก

ผลไม้ในการสกัดเป็นสารป้องกันเชื้อรานั้นเป็นอีกทางเลือกในการลดใช้สารเคมี ช่วยลดต้นทุนการผลิต เนื่องจากใช้ส่วนของเปลือกในการผลิตจึงไม่เป็นอันตรายเนื่องจากเป็นวัสดุธรรมชาติ สารสกัดที่ผลิตออกมาสามารถใช้ยับยั้งเชื้อราคอลเลตโตตริกัม กริโอสปอริออยริออยเดสได้ และนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ได้ในอนาคต