ศึกษาประสิทธิภาพกรดชีวภาพจากน้ำหมักเปลือกสับปะรดโดยการหมักแบบใช้ออกซิเจนและไม่ใช่ออกซิเจนต่อการแข็งตัวของน้ำยางพาราก้อนถ้วย

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

อจิรวดี รางศรี, ปภาว​รินทร์​ อินกง, นริศรา วุฒิชาติ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

กาญจนา ทองจบ

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนชุมพลโพนพิสัย

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ยางพาราถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและเกษตรกรส่วนใหญ่ผลิตยางพาราในลักษณะของยางก้อนถ้วย โดยใช้กรดเคมีทางการค้าส่วนใหญ่เป็นกรดซัลฟูริกใช้ในการจับตัวของน้ำยางพาราเป็นกรดแก่ มีกลิ่นเหม็น แสบจมูก สลายตัวช้า ก่อมลพิษต่อสุขภาพผู้ใช้งาน รวมถึงปัญหาทำให้หน้ายางพาราตาย ทำให้อายุการกรีดยางพาราน้อยลง นอกจากนี้น้ำกรดยังสร้างความเดือดร้อนต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมทำให้พื้นดินมีสภาพเป็นกรด จากปัญหาดังกล่าวทีมผู้พัฒนาจึงสนใจศึกษากระบวนการทำน้ำกรดชีวภาพจากน้ำหมักเปลือกสับปะรด โดยการหมักแบบใช้ออกซิเจนและไม่ใช้ออกซิเจน แล้วนำน้ำหมักชีวภาพไปกลั่นด้วยไอน้ำ ศึกษาประสิทธิภาพของน้ำกรดชีวภาพที่มีผลต่อการจับตัวเป็นก้อนของน้ำยางพาราในสูตรต่าง ๆ เทียบกับกรดเคมีทางการค้า นำกรดชีวภาพที่ได้ไปทดสอบกับน้ำยางพาราสังเกตการจับตัวเป็นก้อนของน้ำยางพาราก้อนถ้วย และศึกษาคุณภาพของก้อนยางพาราโดยการหาค่า % DRC ผลการศึกษา พบว่า

การหมักเปลือกสับปะรดแบบใช้ออกซิเจนที่ใช้จุลินทรีย์มีความเป็นกรดมากกว่าการหมักแบบไม่ใช้ออกซิเจนที่ใช้จุลินทรีย์ในการหมัก เมื่อนำน้ำหมักเปลือกสับปะรดกลั่นด้วยชุดกลั่นไอน้ำ ได้สารละลายกรดชีวภาพที่มีค่า pH หลังการกลั่นลดลงทุกสูตร เมื่อนำไปหยดใส่น้ำยางพาราพันธุ์ RRIT251 ระยะเวลาในการจับตัวเป็นก้อนของน้ำยางจากกรดชีวภาพ สูตรที่1–3 ซึ่งเป็นการหมักแบบใช้ออกซิเจน และสูตรที่1–3 การหมักแบบไม่ใช้ออกซิเจน ทำให้น้ำยางจับตัวเป็นก้อนในระยะเวลาที่ไม่แตกต่างจากกรดฟอร์มิกทางการค้าและกรดซัลฟูริกทางการค้า เมื่อนำก้อนยางพาราทิ้งไว้ 5 วัน มวลของก้อนยางพาราที่ได้จากกรดชีวภาพจาก น้ำหมักเปลือกสับปะรดสูตรที่ 1–3 ของการหมักแบบใช้ออกซิเจนมีมวล 45.96 g, 46.62 g และ 49.22 g ตามลำดับ และสูตรที่ 1–3 ของการหมักแบบไม่ใช้ออกซิเจนมีมวล 45.12 g, 48.25 g และ 43.79 g ตามลำดับ กรดซัลฟูริกทางการค้ามีมวล 38.11 g และกรดฟอร์มิกทางการค้ามีมวล 38.29 g จะเห็นว่า มวลของก้อนยางที่ได้จากกรดชีวภาพจากน้ำหมักเปลือกสับปะรดมีมวลมากกว่าก้อนยางที่ได้จากกรดซัลฟูริกทางการค้าซึ่งเป็นกรดเคมีและกรดฟอร์มิกทางการค้า แสดงว่ากรดชีวภาพจากน้ำหมักเปลือกสับปะรดนำมาใช้ทดแทนกรดเคมีทางการค้าได้ เมื่อศึกษาสมบัติทางกายภาพ ก้อนยางมีสีขาวขุ่น กลิ่นก้อนยางจากกรดชีวภาพ ไม่มีกลิ่น แต่กลิ่นของยางก้อนที่ได้จากกรดเคมีทางการค้ามีกลิ่นเหม็นของกรดและแสบจมูก และจากการหาปริมาณ เนื้อยางแห้ง (% DRC) ของก้อนยางพาราจากกรดชีวภาพจากน้ำหมักเปลือกสับปะรดและกรดเคมีทางการค้า ปริมาณเนื้อยางแห้งที่ได้จากกรดชีวภาพจากน้ำหมักเปลือกสับปะรดสูตรที่1–3 ของการหมักแบบใช้ออกซิเจน มีค่า 42.30 %, 42.45 %และ35.49 % ตามลำดับ และสูตรที่ 1–3 ของการหมักแบบไม่ใช้ออกซิเจนมีค่า 35.71 %,39.71 % และ32.98 % กรดซัลฟูริกทางการค้ามีค่า41.67%กรดฟอร์มิกทางการค้ามีค่า 42.44% สมบัติทางกายภาพหลังการอบแห้งสีของก้อนยางจากกรดชีวภาพจากน้ำหมักเปลือกสับปะรดแบบใช้ออกซิเจนและแบบไม่ใช้ออกซิเจนมีสีน้ำตาลอ่อน และกรดเคมีทางการค้ามีสีน้ำตาลเข้ม แสดงว่ากรดชีวภาพจากเปลือกสับปะรดสามารถนำมาทดแทนกรดเคมีทางการค้าได้และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม