การเปรียบเทียบสารที่ช่วยให้สีจากธรรมชาติติดเส้นด้ายฝ้าย

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ดวงกมล วงค์ชาญศรี, ธนชาติ แสนโยธะกะ, ปภาวรินทร์ ภูริปิติโชตน์โภคิน

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

รุจิรา ทองศรีสุข, ศิลปกรณ์ จันทไชย

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนปิยะมหาราชาลัย

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2560

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ในปัจจุบันมีหลายคนที่สนใจจะย้อมสีผ้าเองเพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย โดยทั่วไปจะใช้สารสีสังเคราะห์ในการย้อมผ้า เช่น ไดล่อน สีย้อมเย็น (Dylon Cold Dye) PKS2000 สีสำเร็จย้อมไหม ซึ่งสารสีสังเคราะห์เหล่านี้อาจส่งผลอันตรายต่อสุขภาพของผู้ย้อมสีผ้า แต่มีผู้ที่สนใจย้อมสีผ้าเองเลือกใช้สีที่สกัดได้จากธรรมชาติ เช่น สีจากขมิ้น เปลือกแก้วมังกร กากกาแฟ ถ่าน เปลือกมังคุดและใบหูกวาง แต่ก็มักพบเจอกับปัญหาที่สีติดผ้าไม่ทนนานเนื่องจากไม่รู้เทคนิควิธีในการย้อมสีผ้าเอง

การย้อมสีผ้าให้ติดทนนานนั้นต้องรู้เทคนิคในการย้อม เนื่องจากว่าการที่เราใช้สีสกัดจากธรรมชาติมาย้อมผ้านั้นสีจะไม่ติดทนผ้านาน เราจึงต้องใช้สารที่ช่วยให้สีติดผ้า ได้แก่ เกลือแกงและโปรตีนจากถั่วเหลือง สารเหล่านี้จะช่วยให้สีที่สกัดมาจากธรรมชาติติดผ้าได้ทนนานมากขึ้น เราได้ทดลองย้อมสีผ้าโดยทดลองย้อมสีด้วยเส้นด้ายฝ้าย โดยสีที่เรานำมาย้อมผ้านั้นสกัดสีได้ดีอยู่แล้ว เพื่อความเข้าใจในการทำงานและโครงสร้างได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น การใช้สีสังเคราะห์ในการย้อมผ้ามีราคาสูงและต้องสั่งซื้อมาจากต่างประเทศ หากเป็นชาวบ้านทั่วไปที่มีงบประมาณไม่เพียงพอในการจัดซื้อ ทำให้เกิดปัญหาในการซื้อสีย้อมผ้าได้ นอกจากนั้นการใช้สีสังเคราะห์ติดต่อกันเป็นเวลานานก็จะทำให้ผู้ที่เป็นคนย้อมสีผ้าเกิดอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ ดังนั้นการเลือกใช้สีที่สกัดมาจากธรรมชาติจึงเป็นทางเลือกที่ดีในการย้อมผ้า

ผู้จัดทำโครงงานจึงมีความสนใจที่จะศึกษาสีย้อมผ้าซึ่งสกัดจากธรรมชาติแทนสีสังเคราะห์และเปรียบเทียบว่าสารใดช่วยให้สีติดผ้าได้นานกว่าสารชนิดอื่น โดยนำสารที่ช่วยให้สีติดที่แตกต่างกันมาทดสอบ ได้แก่ เกลือแกง เกลือและโปรตีนจากถั่วเหลือง และพืชที่นำมาสกัดสี ได้แก่ เปลือกแก้วมังกรให้สีแดง ขมิ้นให้สีเหลือง เปลือกมังคุดให้สีม่วง ใบหูกวางให้สีเขียว กากกาแฟให้สีน้ำตาล และถ่านให้สีดำ ดังนั้นการนำสีย้อมผ้าที่สกัดได้จากธรรมชาติมาทำการทดลองจึงเป็นวิธีการที่ดี เนื่องจากได้สีย้อมผ้าที่มีราคาไม่สูง ไม่ส่งผลอันตรายต่อสุขภาพร่างกายของผู้ย้อม และทุกหมู่บ้านครัวเรือนสามารถทำเองได้ จึงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ และยังสามารถส่งเสริมภูมิปัญญาของชาวบ้านได้ด้วย