การศึกษาการเปรียบเทียบสารสกัดจากพืช Camellia sinensis ในการรักษาสภาพตัวอย่างสิ่งมีชีวิตกับเอทานอลและฟอร์มาลีน
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
อภิสิทธิ์ ศรีธร
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
ทิชากร สัตย์จริง
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
ชาเป็นพืชชนิดหนึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Camellia sinensis มีสารพฤกษเคมีชื่อว่าพอลิฟีนอลและแทนนินที่มีคุณสมบัติในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์หลายชนิด (วนิดา ชื่นชัน และคณะ, 2563) การใช้สารสกัดจากใบชาเป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถลดการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์และ สามารถยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำได้ การใช้สารสกัดจากธรรมชาติเป็นการยับยั้งหรือลดจำนวนจุลินทรีย์ (อิลยาส ดอเลาะ, 2559) สารฟอร์มาลดีไฮด์ เป็นสารเคมีที่ระเหยง่ายมีชื่อพ้องว่า ฟอร์มาลีน มีการใช้สารฟอร์มาลีนในการคง สภาพเซลล์ร่างกายมนุษย์ที่เสียชีวิต จึงนำไปใช้เป็นน้ำยาฉีดศพและใช้ในห้องปฏิบัติการพยาธิวิทยาในขั้นตอนของการคง สภาพของเนื้อเยื่อในเทคนิคทางด้านเนื้อเยื่อวิทยาผลการได้รับฟอร์มาลีนก่อให้เกิดพิษทั้งแบบ เฉียบพลันและแบบเรื้อรังต่อระบบผิวหนัง ระบบทางเดิน หายใจ ระบบทางเดินอาหาร ระบบประสาท และระบบอื่น ๆ ของร่างกายและการได้รับสารนี้ในปริมาณสูงก็อาจทำให้ เกิดอันตรายต่อชีวิตได้ (บังอร ฉางทรัพย์, 2558) พิษเฉียบพลันของเอทานอลพบว่าเป็นสารเหตุของการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลบ่อยมาก เอทานอลถูกดูดซึมได้เร็วในลําไส้เล็กและสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของคนได้ มีอาการตาพร่ามัว ง่วง การทํางานประสาทเสีย สับสนเซื่องซมึ งง คลื่นไส้ อาเจียน ไม่รู้สึกตัว ในรายที่รุนแรงจะมีอาการ โคม่า ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำและชัก (กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข, 2545) ปัจจุบันมีการใช้เอทานอลและ ฟอร์มาลิน ในการรักษาสภาพตัวอย่างสิ่งมีชีวิตอย่างแพร่หลาย ทางผู้ทำการวิจัยได้เห็นถึงความอันตรายของสารทั้งสองชนิด โดยแบ่งการทดลองเป็น 3 ชุดการทดลองโดยจะนำซากปลานิลที่ตายแล้วไม่เกิน 24 ชั่วโมง ที่มีน้ำหนักตัวเท่ากันไปใส่ไว้ไนโหลแก้วจากนั้นจึงเติมสารสกัดจากชา เอทานอล เละฟอร์มาลินที่มีความเข้มข้นต่างๆกันลงไป รอเวลา 1 สัปดาห์แล้วจึงนำสารสกัดจากชา เอทานอล เละฟอร์มาลิน ในโหลดองมาทำการหยดด้วยไมโครปิเปตต์ลงในจานเพาะเชื้อที่มีเชื้อเจริญอยู่แล้วจำนวน 1 หยด จากนั้นจะทำการเปรียบเทียบเคลียร์โซนของสารแต่ละชนิดเพื่อหาประสิทธิภาพ ส่วนการทดสอบความเป็นพิษนั้นจะใช้การทำโครมาโทกราฟีกับสารสกัดจากใบชาเพื่อหาว่ามีสารใดที่ผสมยู่ในสารสกัดบ้าง จากนั้นจึงทำการหาข้อมูลความเป็นพิษของสารแต่ละชนิดเปรียบเทียบเอทานอล และฟอร์มาลิน ซึ่งจะเป็นการลดการใช้เอทานอล และฟอร์มาลินเพื่อลดความเป็นอันตรายต่อผู้ทดลองต่อไปได้ในอนาคต