การศึกษาปริมาณเมือกหอยทากผงที่เหมาะสมต่อการสมานบาดแผลร่วมกับกาวสมานบาดแผล butyl cyanoacrylate

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ปณัดดา มีสกุล

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ชัยยศ นุ่มกลิ่น

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนศรีบุณยานนท์

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2562

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

จากการศึกษาพบว่า ในปัจจุบันเริ่มมีการใช้กาวสมานบาดแผลในการรักษาบาดแผลที่เกิดขึ้นทั้งบาดแผลที่ไม่ลึก จนถึงระดับบาดแผลผ่าตัด เนื่องจากกาวสมานบาดแผลชนิดดังกล่าว คือ กาวbutyl cyanoacrylate ซึ่งมีคุณสมบัติในการสมานบาดแผลซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าการเย็บแผลผ่าตัด อีกทั้งยังมีคุณสมบัติในการยับยั้งแบคทีเรีย แต่เนื่องจากกาวชนิดดังกล่าวมีราคาแพงเนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูง ผู้จัดทำจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญและสนใจที่จะศึกษาปริมาณเมือกหอยทากซึ่งมีคุณสมบัติในการสมานบาดแผลที่เหมาะสมในการสมานบาดแผลร่วมกับกาวbutyl cyanoacrylate ผู้จัดทำหวังว่าโครงงานนี้จะเป็นประโยชน์ในการเป็นข้อมูลพื้นฐานในการนำส่วนผสมทางธรรมชาติช่วยลดต้นทุนการผลิตกาวดังกล่าว และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการสมานบาดแผลของกาวดังกล่าวด้วย โดยวิธีการทดลองจะแบ่งออกเป็น 2 การทดลองหลักๆ ดังนี้

1.การศึกษาปริมาณของเมือกหอยทากที่เหมาะสมในการผสมกับกาวสมานบาดแผล Butyl cyanoacrylate โดยจะต้องไม่ทำให้คุณสมบัติทางกายภาพเดิมของกาวดังกล่าวเสียหาย กล่าวคือ คุณสมบัติด้านการยึดติดกับเนื้อเยื่อ การกันน้ำ อัตราการแห้งของกาว และการยับยั้งแบคทีเรีย

2.การศึกษาประสิทธิภาพในการสมานบาดแผล กล่าวคือ นำอัตราส่วนระหว่างกาวสมานบาดแผลกับปริมาณเมือกหอยทากที่เหมาะสมจากข้อ1 มาทดลองการสมานบาดแผลโดยศึกษาจากการสร้างเส้นใยคอลลาเจนเปรียบเทียบกับการสมานบาดแผลจากกาวปกติ โดยในขั้นตอนนี้จำเป็นต้องศึกษาในสัตว์ทดลองคือ หนูทดลอง