ศึกษาสารกำจัดวัชพืชที่มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของแพลงก์ตอนพืชในสระน้ำโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
วราห์รัตน์ สำรวล, ลลนา จันน้อย
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
ภูริศ คงเนียม
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
ปรากฏการณ์แพลงก์ตอนบลูม คือ มีการเจริญเติบโตและขยายพันธ์ุอย่างรวดเร็วของแพลงก์ตอน เนื่องจากแหล่งน้ำมีปริมาณธาตุอาหารของแพลงก์ตอนในปริมาณที่มากเกินความเหมาะสม จนเกิดสภาวะยูโทรฟิเคชัน ก่อให้เกิดปัญหาด้านลบต่าง ๆ เช่น เมื่อเซลล์สาหร่ายแก่ตายลง จะถูกจุลินทรีย์ที่ใช้ออกซิเจนในการย่อยสลายย่อย ทำให้ปริมาณออกซิเจนลดลงหรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลากลางคืนมีการหายใจของแพลงก์ตอนพืชโดยใช้ออกซิเจนร่วมด้วย ในปัญหาน้ำขาดออกซิเจนมีผลกระทบถึงปัญหาสัตว์น้ำตาย และน้ำเน่าเสีย เนื่องจากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลกได้เกิดปัญหาแพลงก์ตอนบลูมผู้จัดทำจึงได้ทำการค้นคว้าเกี่ยวกับปรากฏการณ์นี้ จากการสืบค้นในหนังสือแพลงก์ตอนพืชของคุณลัดดา วงศ์รัตน์ พบว่าแพลงก์ตอนที่ทำให้เกิดภาวะยูโทรฟิเคชัน ได้แก่ Microcystis aeruginosa, Anabaenopsis elenkinii, Aphanizomenon flos-aquae, Nodularia spumigena, Anabaena catensis, A. circinalis, A. flos-auae, A. spiroides, A.levandi, A. maccrospora, Gloeotrichia echinulata, Spirulina platensis, Oscillatoria agardhii, O. prolifica, O. rubescens, O planctonica, O.redekei, O.erythraea, O. thiebautii, Lyngbya limnetica, L. hieronymusii และเนื่องด้วยปัจจุบันมีการใช้สารกำจัดวัชพืชแบบฉีดพ่นเนื่องจากหาซื้อง่ายและสะดวกต่อการใช้งานแต่อย่างไรก็ตามการใช้แบบฉีดพ่นทำให้ละอองของสารบางส่วนกระจายลงสู่แหล่งน้ำ ผู้จัดทำจึงต้องการศึกษาผลกระทบของสารกำจัดวัชพืชว่ามีผลต่อการเจริญเติบโตของแพลงตอนพืชหรือไม่ ในการศึกษาผู้จัดทำเลือกศึกษาแพลงก์ตอนจากสระน้ำของโรงเรียนโดยการเก็บและเตรียมแพลงก์ตอนจากแหล่งน้ำในโรงเรียนซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้ได้แก่ ที่ลากแพลงก์ตอน ขวดน้ำ กรวยกรอง บีกเกอร์ กระดาษกรอง แท่งแก้วคนสาร เพลทร้อน ฟางข้าว และกรรไกร โดยมีการกรองแพลงก์ตอนจากน้ำที่ตักจากแหล่งที่ต้องการศึกษาและนำไปเลี้ยงในอาหารเลี้ยงแพลงก์ตอนที่ทำจากฟางข้าวต้มในน้ำ ด้วยอัตราส่วนฟางข้าว 15 กรัม ต่อน้ำ 1 ลิตร เมื่อนำแพลงก์ตอนมาส่องกล้องจุลทรรศน์ พบว่าแพลงก์ตอนที่พบมากคือ Eudorina ซึ่งอาศัยอยู่ในน้ำที่มีภาวะเป็นเบสที่pH > 8.4 ต่อมาเตรียมสารกำจัดวัชพืช ซึ่งมีสารทั้งหมด 3 ชนิด ได้แก่ 2 ,4 D – sodium, Bispyribac – sodium และQuinclorac โดยได้เลือกจากประเภทของสารก็คือ ประเภทหลังวัชพืชงอก ผสมสารกำจัดวัชพืชตามอัตราส่วนข้างบรรจุภัณฑ์ ซึ่งได้มีการวัดค่า pH ของอาหารเลี้ยงแพลงก์ตอน และสารกำจัดวัชพืช คือ 2 ,4 D – sodium, Bispyribac – sodium, Quinclorac มีค่าเฉลี่ยตามลำดับดังนี้ 7.34, 7.93, 8.04 และ3.86 จากนั้นทดสอบการเจริญเติบโตของแพลงก์ตอนพืชเมื่อใส่สารกำจัดวัชพืช โดยแบ่งแพลงก์ตอนออกเป็น 3 บีกเกอร์ และนำน้ำมาส่องผ่านกล้องจุลทรรศน์ เพื่อดูปริมาณของแพลงก์ตอนก่อนหยดสาร ทำการหยดสารกำจัดวัชพืชแต่ละชนิดในปริมาณที่เท่ากันลงในแต่ละบีกเกอร์ ทิ้งไว้เป็นเวลา 1 วัน จากนั้นนำน้ำมาส่องผ่านกล้องจุลทรรศน์ สังเกต และบันทึกผล โดยมีการวิเคราะห์ผลจากการเทียบค่า pH ที่แพลงก์ตอน Eudorina อาศัยอยู่ เทียบกับค่า pH ของสารกำจัดวัชพืช จะพบว่าสาร Quinclorac ที่มีค่า pH ต่ำมาก ทำให้อาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของแพลงก์ตอนพืช การศึกษาผลกระทบนี้จะช่วยให้ทุกคนตระหนักถึงผลกระทบของสารเคมีต่อสิ่งแวดล้อมและหากมีการพัฒนาขึ้นไปอีกเราจะสามารถหาสารบางตัวในสารกำจัดวัชพืชมาแก้ปัญหาแพลงก์ตอนบลูมได้โดยตรงโดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยกว้าง