ศึกษาอัตราส่วนที่เหมาะสมของสารยึดเกาะจากเปลือกส้มโอและสารสกัดแทนนินจากใบมันสำปะหลังในการกำจัดเพลี้ยในต้นข้าว

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ฐิติกา จันทร์ประไพ, กัญษารัตณ์ บุญยืน

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

สุวิภา เกตุทัต

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2561

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ในปัจจุบันการเกษตรและอุตสาหกรรมภายในประเทศไทยได้มีความเจริญก้าวหน้าและสามารถทัดเทียมกับนานาประเทศได้อย่างลงตัว เพราะมีนวัตกรรม สารเคมีและแนวคิดใหม่ๆเกี่ยวกับการพัฒนา ปรับปรุงและแก้ไขปัญหาทางด้านการเกษตร อาทิเช่น การเพิ่มผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยวและการกำจัดแมลงศัตรูพืช ให้มี ความเหมาะสมและมีคุณภาพมากขึ้น

แม้ว่าประเทศไทยจะสามารถแก้ปัญหาเกี่ยวกับการเกษตรได้ แต่การใช้สารเคมีในการแก้ไขปัญหาทางการเกษตรนั้นย่อมมีผลเสียต่อการดำเนินชีวิตและสุขภาพร่างกาย เพราะในสารเคมีที่ใช้ในการจัดการกับศัตรูพืชนั้น ส่วนหนึ่งจะตกค้างอยู่ในผลผลิตการเกษตร ซึ่งไม่สามารถล้างออกได้ด้วยน้ำ หรือทำลายด้วย ความร้อนจากการหุงต้ม ดังนั้น อาหารที่เราบริโภคกันอยู่ทุกวันนี้มีสารเคมีกำจัดศัตรูปนเปื้อนอยู่ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะผลผลิตการเกษตรในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งเกษตรกรมักจะไม่มีความรู้เกี่ยวกับการใช้สารเคมีการเกษตรอย่างถูกต้อง และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องก็ไม่สามารถกำกับและควบคุมการใช้สารเคมี ของเกษตรกรได้ จึงทำให้เกิดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งส่งผลกระทบทั้งต่อตัวเกษตรกรเอง สิ่งแวดล้อม และผู้บริโภค ที่ได้รับผลพวงจากการบริโภคอาหารที่มีสารเคมีตกค้าง เป็นที่รู้กันในหมู่ผู้ที่ทำงาน ในด้านสาธารณะสุขว่า สารเคมีกำจัดศัตรูพืชถูกผลิตขึ้น เพื่อใช้ทำลายสิ่งมีชีวิต จึงอาจส่งผลอันตรายต่อมนุษย์ได้เช่นกัน เพราะจะเกิดการสะสมสารเคมีที่ไม่ควรได้รับไว้ในร่างกาย อาจก่อให้เกิดปัญหาทางสุขภาพและส่งผลถึงคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคได้ หลายคนมักจะเชื่อว่า การใช้สารเคมีการเกษตรช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้ แต่ที่จริงแล้วการใช้สารเคมียังมีผลกระทบต่อระบบนิเวศการเกษตรได้อีกด้วย ซึ่งนวัตกรรมทางด้านการเกษตรของไทยในปัจจุบันได้มีการนำสารชีวภาพจากพืชและสัตว์มาใช้แทนการใช้สารเคมีที่มีผลเสียมากมาย ในการช่วยเพิ่มผลผลิตในฤดูกาลเก็บเกี่ยว แต่ก็ยังไม่สามารถช่วยในการแก้ปัญหาแมลงศัตรูพืชให้หมดไปเสียทีเดียว

จากงานวิจัยและผลิตสารแทนนินไปทดลองใช้กำจัดแมลงศัตรูพืช (คุณจุฑาลักษณ์ วงค์ชัยชนะร่วมกับภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ , 2557) กล่าวว่าสารแทนนินนั้นมีคุณสมบัติช่วยตกตะกอนโปรตีน โดยสามารถไปตกตะกอนเอนไซม์ที่ใช้ย่อยในกระเพาะอาหารของแมลง มีผลทำให้ลดการระบาดของแมลงศัตรูพืชได้ จากเหตุผลดังกล่าว จึงทำให้ผู้จัดทำเกิดแนวคิดที่จะนำสารสกัดแทนนินที่มีฤทธิ์ไปตกตะกอนเอนไซม์ในกระเพาะของแมลง ทำให้แมลงเสียสมดุลทางร่างกายมีปริมาณลดลงและตายในที่สุด ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรรวมถึงข้าวซึ่งเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศไทย จึงทำให้ผู้จัดทำมีความคิดว่าจะนำสารแทนนินที่สามารถกำจัดศัตรูพืชได้ มาเพิ่มประสิทฺธิภาพในการใช้งาน คือ นำมาผสมกับสารเพคตินที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะของสารแทนนิน จากงานวิจัยการสกัดเพคตินด้วยไอน้ำจากเปลือกส้มโอ (นายวัชระ เวียงแก้ว ภาควิชาวิศวกรรมเคมี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2549) สมบัติทางกายภาพของเพคตินสามารถละลายในน้ำเย็นและทำให้เกิดความข้นหนืดได้เช่นเดียวกับกัมส์ชนิดอื่นๆ แต่เพคตินจับเป็นก้อนได้ง่ายมีผลทำให้ละลายได้ช้าและยาก ให้สารยึดเกาะกับพืชและเพื่อลดปริมาณครั้งในการฉีดซ้ำ ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาการสิ้นเปลืองผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงศัตรูพืชไปกับการกำจัดบ่อยครั้งและยังเป็นแนวทางในการช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับเกษตรกรและครัวเรือนที่ต้องการกำจัดแมลงศัตรูพืชอีกด้วย

ทางคณะผู้จัดทำจึงต้องการที่จะศึกษาหาอัตราส่วนที่เหมาะสมของสารเพคตินและสารแทนนินที่เหมาะสมที่สุดในการยึดเกาะของสารแทนนินในการกำจัดเพลี้ย เพื่อประสิทธิภาพในการกำจัดเพลี้ยที่ดีที่สุด