การสกัดผงเพคตินจากเปลือกทุเรียนและซังขนุนเพื่อ ประยุกต์ใช้เป็นแคปซูลจากธรรมชาติ

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ปุญญพัฒน์ เรือนแป้น, ธฌาณณณ์ หะยีมะแซ, สิทธิวัฒน์ ธาระนารถ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

สุทธาทิพย์ ชอบธรรม, กานต์นารี ธรรมครบุรี

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนปากเกร็ด

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ปัจจุบันประเทศไทยยังต้องนำเข้าเพคตินที่มีราคาที่สูง โดยราคาของเพคตินจะขึ้นอยู่ตามเกรดของเพคติน แหล่งสำคัญของเพคตินคือเปลือกผักและผลไม้ ในกลุ่มอุตสาหกรรมในการผลิตผักและผลไม้สามารถเกิดของเหลือทิ้งตลอดการผลิต เช่น เปลือก เมล็ด หรือส่วนที่เราไม่สามารถรับประทานได้มากถึงร้อยละ 10-25 โดยของเหลือเหล่านั้นเราสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้หลายอย่าง เพคตินเป็นสารที่มีอยู่ในพืชมีคุณสมบัติคล้ายกับเจลาตินและสามารถพบเพคตินโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเปลือกของผักหรือผลไม้นั้น มีสารเพคตินเฉลี่ยสะสมอยู่ปริมาณร้อยละ 2.95 – 28.98 ซึ่งนับว่าเป็นปริมาณที่มากถ้าเปรียบเทียบของเหลือทิ้งทางการเกษตรที่มีถึง 43 ล้านตันต่อปี ของเหลือทิ้งจากการเกษตรนับว่าเป็นแหล่งวัตถุดิบที่สำคัญของเพคติน ในชุมชนปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรีมีแหล่งทางการค้าหลายอย่างมากมาย เช่น ตลาดปากเกร็ด ฯลฯ ซึ่งมีการทำการค้าขายพืชผักและผลไม้ เช่น ผัก ทุเรียน ขนุน ฯลฯ อยู่มากมายในทุกๆวัน ส่งผลให้เกิดของเหลือทิ้งทางการเกษตรอยู่มากที่ไม่ได้นำไปใช้ทำในด้านอื่นๆต่อ และจะถูกทิ้งในที่สุด โดยจากงานวิจัยต่าง ๆ พบว่า เพคตินสกัดได้จากเปลือกผลไม้ ดังนั้นเปลือกทุเรียนและซังขนุนซึ่งประกอบด้วยสารโพลีแซคคาไรด์ (polysaccharide) สามารถสกัดเพคตินได้เช่นกัน ทางผู้จัดทำจึงมีความสนใจในการนำเปลือกทุเรียนและซังขนุน มาทำการสกัดและประยุกต์ใช้เป็นแคปซูลทางการแพทย์ เพื่อเป็นแนวทางในการส่งเสริมการนำของเหลือทิ้งมาใช้ประโยชน์ ในด้านการแพทย์ด้วยการทำแคปซูลจากธรรมชาติ และหากมีการปรับปรุงคุณสมบัติเพคตินให้ตรงตามมาตรฐานมากขึ้นจะช่วยลดขยะที่เป็นของเหลือทิ้งทางการเกษตร และลดปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ตามมาในชุมชนปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรีอีกด้วย