การเพิ่มประสิทธิภาพการเจริญเติบโตและปริมาณ Bacoside A ในพรมมิ: ผลกระทบของความเข้มข้นของไคโตซาน น้ำหนักโมเลกุล และรูปแบบการใช้ไคโตซาน โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ฐิติกาญจน์ บดินทร์ฐิติกุล, ปัณณสา พงศ์สิงหโชติ, ธเนษฐ อมรจิรพร

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

โอภาส พระเทพ, พณิช บุญสนองชีพ

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

พรมมิ (Bacopa monnieri (L.) Wettst.) เป็นพืชที่ผลิตสารพฤกษเคมี คือ บาโคไซด์ เอ (Bacoside A) ซึ่งสามารถบรรเทาอาการหรือป้องกันโรคสมองเสื่อมได้ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชเป็นเทคโนโลยีการผลิตพืชที่สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมและปัจจัยที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพืชได้ จึงเป็นวิธีที่สามารถเพิ่มจำนวนพืชและสารพฤกษเคมีได้ในปริมาณมาก การใช้สารกระตุ้น (Elicitors) เช่น ไคโตซาน (Chitosan) เป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสารพฤกษเคมี อย่างไรก็ตามไคโตซานเป็นโพลีเมอร์ที่มีขนาดโมเลกุลที่หลากหลาย และสามารถนำมาใช้กับพืชได้โดยวิธีการที่แตกต่างกัน ดังนั้นแนวทางในการประยุกต์ใช้ไคโตซานในการเพิ่มการผลิตบาโคไซด์ เอ ในพรมมิโดยการเพาะเลี้ยงยอดพรมมิ ยังคงมีอยู่อย่างจำกัด ทีมผู้พัฒนาจึงมีแนวคิดที่จะศึกษาผลของ น้ำหนักโมเลกุล ความเข้มข้น และวิธีการใช้ไคโตซานที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและปริมาณบาโคไซด์ เอ ของพรมมิ โดยเพาะเลี้ยงยอดพรมมิบนอาหารเพาะเลี้ยงกึ่งแข็งสูตร MS (Murashige and Skoog, 1962) ที่ใส่ไคโตซานที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่างกัน (80 และ 700 kDa) ที่ความเข้มข้นต่าง ๆ ได้แก่ 10 และ 150 mg/L และเมื่อทราบน้ำหนักโมเลกุลและความเข้มข้นที่เหมาะสมแล้วจะศึกษารูปแบบของการใช้ไคโตซานที่แตกต่างกัน (การชุบยอดพืชและการผสมในอาหารเพาะเลี้ยง) โดยในทุกการทดลองจะบันทึกการเจริญเติบโตของพืช (ความสูงยอด, การแตกกิ่ง, จำนวนใบต่อยอด, มวลชีวภาพ) ปริมาณรงควัตถุ (คลอโรฟิลล์ เอ คลอโรฟิลล์ บี และแคโรทีนอยด์) รวมถึงปริมาณบาโคไซด์ เอ และนำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์เพื่อสรุปผลต่อไป ซึ่งผู้พัฒนาโครงงานคาดว่าการศึกษานี้จะทำให้ทราบถึงแนวทางในการใช้ไคโตซานสำหรับการผลิตบาโคไซด์ เอ จากพรมมิโดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น