การพัฒนานวัตกรรมดูดซับน้ำมันและบำบัดน้ำเสียด้วยโฟมคาร์บอนจากเซลลูโลสในเยื่อยูคาลิปตัส
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
กัลยพร ญาณพาณิชย์, พรสวรรค์ ศิวนาถไตรทศ
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
สุกัญญา กล่อมเกลี้ยง
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
ปัญหาน้ำเสียเป็นปัญหาใหญ่อันดับต้นๆของประเทศไทยที่ยากจะแก้ไข ซึ่งมักจะมีสาเหตุใหญ่มาจากครัวเรือนและอุสาหกรรมที่ปล่อยน้ำเสียที่มีการปนเปื้อนน้ำมันลงในแหล่งน้ำ ก่อให้เกิดคราบสกปรกและคราบน้ำมันดิบเกาะตัวกันลอยเป็นแพอยู่ด้านบนของแหล่งน้ำ ( ธีระ วรธนารัตน์, 2558 ) นอกจากนี้น้ำมันยังถูกใช้เป็นพลังงานหลักซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของมนุษย์ แล้วเนื่องจากมีคนใช้น้ำมันกันทั่วโลกทำให้มีการรั่วไหลของน้ำมันซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากมนุษย์เช่น ขุดเจาะน้ำมัน ลักลอบปล่อยทิ้งลงสู่ทะเล และอุบัติเหตุทางเรือขนส่งน้ำมันซึ่งประเทศไทยนับจากปี 2540–2565 หรือในรอบ 26 ปีที่ผ่านมาเกิดน้ำมันรั่วมาแล้ว 176 ครั้งเมื่อเฉลี่ยแล้วพบว่าแต่ปีจะมีน้ำมันรั่วไหลลงทะเลเกิดขึ้น 6-7 ครั้งต่อปี ( ธงณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์, 2565 )
การรั่วไหลของน้ำมันดิบนับได้ว่าเป็นปัญหาที่เดือดร้อนกันเป็นวงกว้างและยังมีผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจส่งผลเป็นระยะยาวต่อระบบนิเวศทะเลไทยและชาวประมงที่ต้องทำมาหากิน ซึ่งหลังจากที่น้ำมันรั่วไหลลงสู่ทะเลสิ่งที่จะตามมาคือพืชน้ำไม่สามารถสังเคราะห์แสงได้เพราะน้ำมันที่ลอยอยู่บนผิวน้ำจะบดบังแสงที่พืชต้องการใช้ในกระบวนการสร้างอาหารและเมื่อผู้ผลิตมีผลกระทบสัตว์น้ำชนิดอื่นๆก็จะมีผลกระทบตามไปด้วยรวมถึงผู้ที่ประกอบอาชีพชาวประมง ทำลายความสวยงามของทะเล เป็นผลให้แหล่งท่องเที่ยวมีนักเที่ยวน้อยลง และยังส่งผลทางด้านสุขภาพโดยตรงของมนุษย์ เพราะกินสัตว์น้ำจากทะเลก็ย่อมได้รับสารพิษจากน้ำมันที่สัตว์ทะเลกินเข้าไปโดยตรง ( ธงณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์, 2565 ) โดยวิธีการจัดการกับน้ำมันที่รั่วไหลลงสู่ทะเลทำได้โดย วิธีทางเคมี วิธีทางกายภาพ และวิธีทางชีวภาพ
ปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้วัตถุทางเคมีเพื่อจัดการกับปัญหาน้ำมันรั่วไหลสู่ทะเลเช่นวิธีการเผาทำลายหรือใช้สารเคมีในการกำจัดน้ำมันถือเป็นวิธีที่ควรหลีกเลี่ยงเพราะหากควันไฟได้พัดผ่านไปในส่วนที่ผู้คนอาศัยอยู่ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้อาศัยและยังเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ( สุวัจน์ ธัญรส, 2558 ) ซึ่งจากการศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวกับการนำโครงสร้างของโฟมคาร์บอนมาดูดซับน้ำมันซึ่งแสดงให้เห็นว่าสามารถนำมาใช้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังเสริมคุณสมบัติในการบำบัดน้ำเสียโดยการนำเซลลูโลสจากเยื่อยูคาลิปตัสมาทำเป็นโฟมคาร์บอน ( บัณฑิตย์ ศิริผลวุฒิชัย,2564 )
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้คณะผู้จัดทำสนใจที่จะพัฒนาวัสดุการดูดซับน้ำมันและบำบัดน้ำเสียโดยใช้วัสดุธรรมชาติของไทย โดยการนำเยื่อยูคาลิปตัสมาเป็นวัตถุดิบหลักในการทำโฟมคาร์บอนสำหรับดูดน้ำมันและบำบัดน้ำเสีย เพื่อเพิ่มมูลค่าทางการเกษตร และเพื่อเป็นแนวทางในการลดการใช้สารเคมีหรือวิธีการอื่นๆ ที่เป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมและส่งผลเสียให้กับผู้อยู่อาศัยในละแวกนั้น ตลอดจนสามารถนำไปใช้จริงและมีประสิทธิภาพเป็นไปตามความพึงพอใจ