การเตรียมฟันปลอมจากเปลือกหอยแครงและกระดูกวัวเพื่อนำไปใช้ทางการแพทย์
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
พิพากษา เจริญจิตร, ญาณิศา อินทรประเสริฐ, ญาดา จิรวัฒน์สกุล
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
ทัศนียา มาตุการักษ์
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
ปัจจุบันประชากรไทยมีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น จนมีแนวโน้มก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ การสูญเสียฟันเป็นปัญหาทันตสุขภาพที่สำคัญของผู้สูงอายุ โดยการสูญเสียฟันธรรมชาติไปบางส่วนหรือทั้งหมด อาจส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม และคุณภาพชีวิต โดยวัสดุที่นิยมใช้ทำฟันเทียม คือพอลิเมทิลเมทาคริเลต (PMMA) หรือ เรซิน อะคริลิกชนิดบ่มด้วยความร้อน มีผลเสียต่อร่างกายเมื่อผู้ป่วยใส่ฟันเทียม และมีการใช้งานในระยะหนึ่งฐานฟันเทียม อาจไม่แนบสนิทกับเนื้อเยื่อ เพราะเนื้อเยื่อและสันกระดูกเกิดการเปลี่ยนแปลงจากแรงที่กระทำบนสันเหงือกรวมถึงบริเวณสันกระดูกล่างมีการสลายมากกว่าสันกระดูกบน จึงส่งผลให้ฟันเทียมหลวม สูญเสียเสถียรภาพที่ดีและอาจทำให้เกิด รอยร้าวหรือแตกของฟันเทียมได้ และหากใช้ในระยะเวลานาน เรซิน อะคริลิกจะมีการปลดปล่อยสารพิษฟอร์มาลดีไฮด์ออกมาทำให้เกิดแผลเรื้อรังและพัฒนาไปเป็นโรคผิวหนังอักเสบในช่องปาก ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาฟันเทียมที่ผลิตจากพอลิเมทิลเมทาคริเลต (PMMA) หรือ เรซิ่น อะคริลิกที่ถูกใช้ในปัจจุบัน คณะผู้จัดทำได้ศึกษาการขึ้นรูปฟันเทียมจากเปลือกหอยแคลงและกระดูกวัวในอัตราส่วนที่เหมาะสม เนื่องจากในเปลือกหอยแครงมีแคลเซียมคาร์บอเนตที่มีโครงสร้างตรงกับแคลเซียมคาร์บอเนตในร่างกายมนุษย์ เพิ่มความสามารถในการดึงเซลล์กระดูกมาเชื่อมติดกับรากฟันเทียมให้แน่นขึ้น ทำให้ฟันเทียมสามารถยึดติดกับเหงือกได้ดียิ่งขึ้น เมื่อนำมารวมกับไฮดรอกซีอพาไทต์ที่สกัดจากกระดูกวัวซึ่งเป็นสารเสริมความแข็งแรง และ เป็นไฮดรอกซีอะพาไทต์ชนิดเดียวกับฟันจริงของมนุษย์ ทำให้รับแรงกดในการบดเคี้ยวอาหารได้มากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการเชื่อมติดกับรากฟันเทียมได้แน่นมากกว่าฟันเทียมจากพลาสติกอะคริลิค และ เป็นวัสดุจากธรรมชาติทำให้ไม่เกิดผลเสียต่อร่างกาย
จากการศึกษาวัสดุฟันเทียมจากเปลือกหอยแครงและกระดูกวัว โดยการนำผงแคลเซียมคาร์บอเนตที่สกัดจากเปลือกหอยแคลง , ผงไฮดรอกซีอพาไทต์จากกระดูกวัว และ nanofiller มาขึ้นรูปฟันเทียมในอัตราส่วน 7 : 85 : 8 ตามลำดับ ด้วยเครื่องอัดไฮดรอริค จากนั้นนำวัสดุฟันเทียมที่ได้มาเคลือบด้วยโพแทสเซียมฟลูออไรด์ และ ทำการทดสอบด้วยเอนไซม์อะไมเลส , การเปลี่ยนสีของฟันเมื่ออยู่ในสารละลายที่มีค่า pH เพิ่มขึ้น และ แรงกด เทียบกับฟันจริงของมนุษย์ คณะผู้จัดทำโครงงานมีความคาดหวังว่าจะได้ฟันเทียมที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงหรือเหมือนฟันจริงมากที่สุดและไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานและมีอายุการใช้ที่ยาวนาน