การศึกษาประสิทธิภาพการปรับปรุงดินของไบโอชาร์จากเปลือกทุเรียน เพื่อพัฒนาเป็นดินสำหรับปลูกพืชวงศ์ผักกาด

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

กวิสรา ยอดปานันท์, ปิยะพร แก้วดุนดุก

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

จิราภา ยอดเพชร

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2563

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง การศึกษาประสิทธิภาพการปรับปรุงดินของไบโอชาร์จากเปลือกทุเรียน เพื่อพัฒนาเป็นดินสำหรับปลูกพืชวงศ์ผักกาด มีจุดประสงค์ เพื่อศึกษาคุณสมบัติการดูดซับแร่ธาตุและค่าความเป็นกรด-ด่างของไบโอชาร์จากเปลือกทุเรียน เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบประสิทธิภาพของไบโอชาร์จากเปลือกทุเรียนผสมดินในอัตราส่วนต่างๆ และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ที่ทดลองใช้ดินปลูกพืชไบโอชาร์จากเปลือกทุเรียน ศึกษาคุณสมบัติการดูดซับแร่ธาตุและ ค่าความเป็น กรด-ด่างของไบโอชาร์จากเปลือกทุเรียน พบว่า ไบโอชาร์จากเปลือกทุเรียนสามารถดูดซับแร่ธาตุในดินได้ในปริมาณที่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของพืช มีปริมาณแร่ธาตุหลักไนโตรเจน(N) ในปริมาณปานกลาง ต่ำ และต่ำมาก แร่ธาตุหลักฟอสฟอรัส(P) ในปริมาณที่สูงและสูงมาก และแร่ธาตุหลักโพแทสเซียม(K) ในปริมาณปานกลาง โดยมีค่า pH ในดินควบคุมผสมไบโอชาร์ในอัตราส่วนต่างๆ ดังนี้ ดินควบคุมผสมไบโอชาร์ในอัตราส่วน 90 : 10 มีค่า pH โดยเฉลี่ยเท่ากับ 4.340 ดินควบคุมผสมไบโอชาร์ในอัตราส่วน 80 : 20 มีค่า pH โดยเฉลี่ยเท่ากับ 2.536 ดินควบคุมผสมไบโอชาร์ในอัตราส่วน 70 : 30 มีค่า pH โดยเฉลี่ยเท่ากับ 5.830 ดินควบคุมผสมไบโอชาร์ในอัตราส่วน 60 : 40 มีค่า pH โดยเฉลี่ยเท่ากับ 6.662 ดินควบคุมผสมไบโอชาร์ในอัตราส่วน 50 : 50 ศึกษาและเปรียบเทียบประสิทธิภาพของไบโอชาร์จากเปลือกทุเรียนผสมดินในอัตราส่วนต่างๆ พบว่า ต้นคะน้าพันธุ์ยอดที่ใช้ดินควบคุมผสมไบโอชาร์ในอัตราส่วน 90 : 10 เป็นวัสดุปลูก มีความสูงมากที่สุดโดยมีความสูงเฉลี่ยอยู่ที่ 6.617 เซนติเมตร ในระยะเวลา 20 วัน ศึกษาความพึงพอใจของผู้ที่ทดลองใช้ ดินปลูกพืชไบโอชาร์จากเปลือกทุเรียน พบว่า มีความพึงพอใจโดยรวมเฉลี่ยอยู่ที่ 4.67 จัดอยู่ในระดับที่ดีมาก ซึ่งชี้ให้เห็นว่าไบโอชาร์จากเปลือกทุเรียนสามารถนำมาผสมดินเพื่อใช้เป็นวัสดุปลูกในการปลูกพืชวงศ์ผักกาดได้และสามารถนำมาต่อยอดพัฒนาเป็นวัสดุปลูกในเชิงพาณิชย์ได้