การศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการผลิตแผ่นฟิล์มไคโตซานผสมน้ำผึ้งและ ประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อรา Rhizopus Stolonifer บนผลิตภัณฑ์ประเภทขนมปัง
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
ชนาภัทร อินทรอักษร, อลินรัตน์ เทพสิงห์, มินฮาร์ท ปาณะลักษณ์
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
ธนวัฒน์ พันธ์วิชัย
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
ในการทำโครงงานเรื่อง การศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการผลิตแผ่นฟิล์มไคโตซานผสมน้ำผึ้งและ
ประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อรา Rhizopus Stolonifer บนผลิตภัณฑ์ประเภทขนมปัง เป็นการศึกษา
ความสามารถในการยับยั้งเชื้อรา Rhizopus Stolonifer บนผลิตภัณฑ์ประเภทขนมปัง ด้วยไคโตซานและ
น้ำผึ้งอีกทั้งเปรียบเทียบความสามารถในการยับยั้งเชื้อรา Rhizopus Stolonifer ของแผ่นฟิล์มปกติ แผ่นฟิล์ม
ไคโตซาน และแผ่นฟิล์มไคโตซานผสมน้ำผึ้ง จากการศึกษาพบว่าแผ่นฟิล์มไคโตซานผสมน้ำผึ้ง ซึ่งทางผู้จัดทำ
ได้ทำการสกัดไคโตซานเอง โดยใช้ในส่วนของเกล็ดปลานิลที่เป็นของที่ไม่ได้ประโยชน์มาใช้ในการสกัดไคโตซาน
โดยใช้สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ สกัดที่อุณหภูมิ 140 องศาเซลเซียส อีกทั้งยังมีงานวิจัยของ
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในประเทศอิรักที่บอกว่าน้ำผึ้งสามารถยับยั้งการ
เจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราทางผู้ศึกษาจึงนำมาเลือกใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของแผ่นฟิล์ม ผลที่
ออกมาพบว่าเมื่อนำแผ่นฟิล์มที่ได้นั้น นำไปสังเกตการเจริญเติบโตของเชื้อราแล้วบันทึกผลทุกๆ 24 ชั่วโมง
แผ่นฟิล์มไคโตซานผสมน้ำผึ้งนั้นมีฤทธิ์ในการยับยั้งหรือชะลอการเจริญเติบโตของเชื้อรา Rhizopus
Stolonifer ได้ดีกว่าแผ่นฟิล์มปกติและแผ่นฟิล์มไคโตซาน โดยเมื่อทิ้งไว้เป็นเวลา 480 ชั่วโมงแผ่นฟิล์มไคโต
ซานผสมน้ำผึ้งเกิดเชื้อราร้อยละ 16.73 ของพื้นที่ขนมปัง ส่วนแผ่นฟิล์มปกติและแผ่นฟิล์มไคโตซานเกิดเชื้อรา
ร้อยละ 23.42 และ 21.31 ของพื้นที่ขนมปังตามลำดับ อีกทั้งยังมีความสามารถทางคุณสมบัติทางด้านความ
แข็งแรงได้ดีกว่าทุกๆชนิดของแผ่นฟิล์มในชุดการทดลองซึ่งทดสอบโดยการถ่วงถุงทรายโดยใช้น้ำหนักต่างๆ
สำหรับแผ่นฟิล์มไคโตซานผสมน้ำผึ้งนี้มีความสามารถในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา
Rhizopus Stolonifer บนผลิตภัณฑ์ประเภทขนมปัง มีคุณสมบัติที่ดีของแผ่นฟิล์มในด้านต่างๆ อีกทั้งการนำ
เกล็ดปลานิลมาสกัดเพื่อใช้ไคโตซาน เป็นการนำสิ่งที่ไม่ได้ใช้มาทำประโยชน์ส่งผลให้ลดระยะเวลาการย่อย
สลาย ซึ่งสามารถนำผลงานชิ้นนี้ไปใช้ประโยชน์หรือต่อยอดได้จริง