การออกแบบและพัฒนาอุปกรณ์ตรวจวัดแบบพกพาสำหรับการเคลื่อนผิดตำแหน่งของหมอนรองกระดูกข้อเข่าเทียมแม่เหล็กหลังการผ่าตัดรักษา
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
ญานิตา ธิเดช, คมธมน อินทปัญญา, ณิชกานต์ เสาเวียง
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
องอาจ เทียบเกาะ
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
ปัจจุบันประเทศไทยมีการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้สูงอายุเป็นอันดับที่ 3 ของโลก โดยในปี 2565 ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ (Aged society) โดยจำนวนผู้สูงอายุคิดเป็นร้อยละ 18.3 ของประชากรท้ังหมด และยังมีแนวโน้มท่ีจะเพิ่มข้ึนเรื่อย ๆ โดยคาดการณ์ว่าในปี 2576 จะมีสัดส่วนประชากรท่ีมีอายุ 60 ปี ขึ้นไปในอัตราร้อยละ 28 ของประชากรทั้งหมด เมื่อเร่ิมเข้าสู่วัยสูงอายุจะพบกับปัญหาด้านสุขภาพที่สัมพันธ์เกี่ยวโยงกับพฤติกรรมสุขภาพที่ เคยทำจนกลายเป็นนิสัยติดตัวมาตั้งแต่ช่วงก่อนเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ ก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ หน่ึงในนั้นคือ ปัญหากระดูกและข้อเข่าเสื่อม สำหรับแนวทางในการรักษาโรคกระดูกและข้อเข่าเสื่อม สามารถทำได้โดยการทำกายภาพบำบัด รักษาโดยใช้ยา การผ่าตัดด้วยวิธีการส่องกล้อง และการผ่าตัดข้อเข่าเทียม ซึ่งการผ่าตัดข้อเข่าเทียมมีอายุการใช้งานได้ถึง 10-20 ปี โอกาสในการผ่าตัดซ้ำเกิดขึ้นน้อยมาก แต่ยังต้องมีการสังเกตอาการหลังผ่าตัด ทางคณะผู้จัดทำจึงเล็งเห็นว่าการติดตามและตรวจประเมินผู้ป่วยหลังการผ่าตัดมีความสำคัญ เพื่อเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนที่จะตามมาหลังการผ่าตัด โดยสามารถทำได้หลากหลายวิธี เช่น การเอกซเรย์ แต่หากรับรังสีเป็นจำนวนมากจะส่งผลเสียต่อร่างกาย หน่ึงในวิธีท่ีสนใจ คือ การตรวจสอบจากสัญญาณของสนามแม่เหล็กแบบไร้สัมผัส (contactless measurement)
ทางคณะผู้วิจัยจึงมีแนวคิดที่จะออกแบบและสร้างหมอนกระดูกข้อเข่าเทียมให้มีคุณสมบัติทางด้านแม่เหล็ก และใช้การตรวจวัดแบบไร้สัมผัส เพื่อตรวจสอบการเคลื่อนของหมอนรองกระดูกข้อเข่าเทียมดังกล่าว ซึ่งหากมีการเคลื่อนผิดตำแหน่งรูปของสัญญาณแม่เหล็กที่วัดจากนวัตกรรมแมกนีโตอิมพีแดนซ์เซ็นเซอร์เมื่อเปรียบเทียบกับสัญญาณ ท่ีตรวจวัดได้ปกติ