ถังขยะไร้กลิ่นจากประสิทธิภาพของการยับยั้งแก๊สไฮโดรเจนซัลไฟด์โดยจุลินทรีย์EM ร่วมกับ PSB Rhodobacter capsulatus

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พิชิตชัย จันทบุญ, เมธาสิทธิ์ แจ้งศรี

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

เวณิกา รอดลันดา, เบญญพร พัฒน์เจริญ

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

เนื่องจากในปัจจุบันประเทศไทยนั้นมีปัญหาในการจัดการขยะมูลฝอยที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกๆปีแต่ในทางกลับกันนั้นมีอัตราการจัดการขยะที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจนจากสถิติช่วงเวลา 3 ปีหลัง (พ.ศ.2563 - พ.ศ.2566) ที่มีปริมาณขยะตกค้างในสิ่งแวดล้อมและได้รับการกำจัดอย่างถูกต้องเพียง 9.28 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 37 ส่วนขยะมูลฝอยที่ถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ (Recycle) นั้นเพียง 7.89 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 32 ของขยะมูลฝอยทั้งหมด โดยปัญหาหลักๆนั้นมาจากผู้คนที่ไม่ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเน้นถึงความสะดวกสบายเป็นหลัก ไม่คำนึงถึงผลกระทบในระยะยาวที่ตามมา จึงไม่มีมาตรการสำหรับการแยกขยะที่เหมาะสมเกิดขึ้นในประเทศไทยทั้งทางด้านภาครัฐรวมไปถึงภาคครัวเรือน ซึ่งปัญหานี้เป็นเหตุแห่งปัจจัยสิ่งอื่นที่ตามมาที่ทำให้มีการนำขยะมาใช้ประโยชน์น้อยยิ่งขึ้นต่อปีและเกิดปัญหาขยะตกค้างสูงขึ้นตามมา โดยเฉพาะปัญหาของขยะอินทรีย์ที่ผู้คนส่วนใหญ่นั้นแทบจะไม่สนใจสิ่งที่เหลือทิ้งจากการรับประทานและถูกทิ้งรวมไปกับขยะประเภทอื่นทำให้เกิดปัญหาแมลงก่อกวนซึ่งเป็นพาหะของเชื้อโรคและแบคทีเรีย และปัญหาที่สำคัญที่สุดคือการส่งกลิ่นเหม็นที่ตามมาจากขยะอินทรีย์ที่มีกระบวนการการเกิดแก๊สไฮโดรเจนซัลไฟด์สำหรับในภาวะการย่อยสลาย

ดังนั้นคณะผู้จัดทำจึงได้ศึกษาการยับยั้งการเกิดแก๊สไฮโดรเจนซัลไฟด์ของขยะประเภทขยะอินทรีย์ โดยมุ่งเน้นการศึกษาเชื้อจุลินทรีย์เนื่องจากคำนึงถึงหลักการ Zero waste และการนำขยะมาใช้ประโยชน์อย่างสูงที่สุดโดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มีความคุ้มค่าเหมาะสมต่อการเลือกใช้ในเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน คณะผู้จัดทำได้ทำการศึกษาจุลินทรีย์ EM (Effecttive microorganisms) ร่วมกับ PSB (Photosynthesis Bacteria) ในการยับยั้งการเกิดแก๊สไฮโดรเจนซัลไฟด์ของขยะอินทรีย์ และมีการออกแบบนวัตกรรมถังขยะที่สามารถเปิด-ปิด โดยระบบ sensor เพื่อลดการสัมผัสเชื้อโรคและแบคทีเรียบนฝาถัง มีระบบการเติมเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำการศึกษารวมไปถึงปั๊มออกซิเจนเข้าไปในถัง และเพิ่มระบบการคัดแยกต่างๆภายในถัง ที่ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงความสะดวกต่อการใช้งานเพื่อตอบรับความต้องการทางเทคโนโลยีให้มีความก้าวล้ำและตอบโจทย์ต่อผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นแนวคิดริเริ่มของปัญหาขยะมูลฝอยในประเทศไทยนำไปสู่การส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circle Economy) และความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพสืบต่อไป