เครื่องแยกขยะรีไซเคิลด้วย servo motor

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ธนวัฒน์ ประฮาดไชย, พชรพล พัฒนตั้งสกุล

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

อัชฌา เฉลยจิตร์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2564

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานสิ่งประดิษฐ์ “เครื่องแยกขยะรีไซเคิล” นี้ ได้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างถังขยะที่สามารถแยกขยะได้อย่างถูกประเภท เพื่อลดปัญหาการทิ้งขยะผิดประเภท และจัดการกับขยะที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้อย่างถูกวิธี ซึ่งในปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการแยกขยะรีไซเคิลมากนัก จึงทำให้เกิดปัญหาจากขยะต่างๆ เช่น เป็นบ่อเกิดของโรคต่างๆ ปัญหาขยะล้นโลก และขยะที่ยังสามารถใช้ประโยชน์ได้ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมกับวิถีชีวิตของผู้คนในปัจจุบันส่วนใหญ่ มีความเป็นอยู่ในสภาพพื้นที่ที่แออัดต่างๆ เช่น การอาศัยอยู่ในหอพัก การอาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้น หรือห้องเช่า ด้วยความที่เป็นห้องที่มีพื้นที่จำกัด จากการที่วางพื้นที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองหรือชุมชนแออัด จึงไม่สามารถขยายพื้นที่ได้ ทำให้เกิดปัญหาขยะต่างๆ ซึ่งรวมถึงการแยกขยะด้วย ด้วยปัญหาพื้นที่ที่มี อาจทำให้การแยกขยะเป็นไปได้ยาก

โดยเครื่องแยกขยะรีไซเคิลนี้แบ่งส่วนของพื้นที่ภายในเป็น 2 ถัง คือ ถังที่แยกขยะรีไซเคิล และถังที่แยกขยะอื่นๆโดยจะแบ่งเป็น 2 ฝั่งซ้ายขวาของเครื่องแยก ซึ่งตัวถัง 2 ถังนี้ สามารถนำออกมา เพื่อรีไซเคิล หรือกำจัดด้วยวิธีอื่นๆได้ และเครื่องแยกนี้ ยังทำงานโดยมี servo motor เป็นตัวนำทางขยะไปสู่ถังที่จัดแยกไว้ โดยจะรับคำสั่งผ่านทางปุ่มสั่งการจากด้านบนของเครื่องแยกนี้ ซึ่งปุ่มสั่งการนี้จะใช้การเขียนโปรแกรมลงในตัวบอร์ด Arduino R3 เพื่อการรับค่า และสั่งการให้ servo motor เคลื่อนไหว การทำงานเบื้องต้น ผู้ใช้จะต้องนำขยะที่ต้องการวางไว้ในถาดรองของเครื่องแยก และกดปุ่มสั่งการเพื่อระบุชนิดของขยะนั้น โดยจะมีปุ่มที่ให้เลือกระหว่างขยะรีไซเคิล และขยะอื่นๆ เพื่อสั่งการให้ตัว servo motor นำทางขยะไปสู่ถังที่เลือกไว้ ตามที่กดปุ่มขางต้น

ซึ่งจากการทดสอบพบว่า สามารถตรวจแยกขยะได้ทั้ง 2 ประเภท (ขยะรีไซเคิล และขยะอื่นๆ) และมีผลความพึงพอใจด้านการใช้งาน “ลดปัญหาการทิ้งขยะผิดประเภท” มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง และมีผลความพึงพอใจด้านชิ้นงาน “ความเหมาะสมของขนาดชิ้นงาน” มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง