การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของซิลิกอนไดออกไซด์ร่วมกับไทเทเนียมไดออกไซด์เพื่อใช้เป็นสารเคลือบผิวที่มีผลต่อการทำความสะอาดตัวเองของกระจก
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
ยุลิตา มะลิงาม, ศศิธร โยธชัย, กษมา นามมาลา
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
มิยาวดี หาโกสีย์, ศิวพร เทพจั้ง
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
กระจก เป็นวัสดุที่สำคัญมากอย่างหนึ่งในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง ในปัจจุบันมีแนวโน้มการใช้กระจกแทนผนังอาคารมากขึ้น แต่ปัญหาจากการใช้กระจกคือสกปรกง่ายเมื่อเกิดการสัมผัสกับฝุ่นละอองและน้ำฝนที่ตกลงมาจับตัวกันเป็นคราบ โดยการทำความสะอาดกระจกตึกสูงนับว่าเป็นการเสี่ยงอันตรายและมีค่าใช้จ่ายสูง จากปัญหาดังกล่าว คณะผู้จัดทำจึงสนใจศึกษาวิธีการเพื่อแก้ไข และพบว่าการทำให้กระจกมีคุณสมบัติสามารถทำความสะอาดตัวเองได้เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด โดยนำความรู้เรื่องสารออร์แกโนไซเลนหรือสารควบคู่ไซเลน ทำให้ซีโรเจลที่สังเคราะห์ได้มีสมบัติสะท้อนน้ำ เมื่อเคลือบบนผิวกระจกด้วยวิธีการจุ่มจะทำให้เกิดปรากฏการณ์ไม่ชอบน้ำยิ่งยวด อนุภาคของน้ำจะไม่เกาะพื้นผิวกระจก แต่จะหลุดแล้วรวมกันเป็นหยดน้ำรวมกับคราบฝุ่นสกปรก ซึ่งทำให้กระจกไม่เปียกน้ำและทำความสะอาดตัวเองได้
อีกปัญหาที่พบในปัจจุบันคือโลกมีอุณหภูมิสูงขึ้นจากการกระทำของมนุษย์เป็นส่วนใหญ่ โดยการอาศัยอยู่ภายในอาคารที่มีการใช้กระจกในการตกแต่งหรือก่อสร้างมาก แสงที่ผ่านเข้าไปก็จะมากกว่าผนังคอนกรีตหรือผนังปูน ทำให้ผู้จัดทำสนใจศึกษาสารที่ช่วยลดการถ่ายโอนความร้อน ลดการทะลุผ่านของแสง คือ ไทเทเนียมไดออกไซด์ โดยนำมาใช้ร่วมกับสารเคลือบผิวซิลิกอนไดออกไซด์ เพื่อให้ได้กระจกที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษาสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับกระจกอาคารสูงเพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงในการทำความสะอาดกระจก และลดความร้อนภายในอาคารซึ่งส่งผลให้การทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าลดลง ช่วยประหยัดพลังงานและลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์