การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความขุ่นของน้ำอันเนื่องมาจากแพลงก์ตอนพืชเพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหาน้ำขุ่น

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

นันทิตา ชนปทาธิป, พิชามญช์ นิสภเรืองยศ, ถิตินันท์ เฉลี่ยสมบูรณ์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ศาสตรา พรมอารักษ์, สวิชญา เหลาโชติ

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เพชรบุรี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2562

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

แพลงก์ตอนพืช เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ล่องลอยอยู่ในน้ำอีกทั้งสามารถสังเคราะห์แสงได้ด้วยตนเอง ในบางครั้ง เมื่อมีปัจจัยที่เอื้อต่อการเกิดเจริญเติบโตของแพลงก์ตอนพืช เช่น ปริมาณสารอาหาร ปริมาณความเข้มแสง ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำ ฯลฯ จะเกิดปรากฏการที่เรียกว่า แพลงก์ตอนบลูม ส่งผลให้น้ำเกิดสีเขียวขุ่น คณะผู้จัดทำจึงได้ทำการสำรวจบ่อน้ำภายในโรงเรียนและพบว่าบ่อน้ำหน้าห้องวิทยทัศน์มีลักษณะของการเกิดแพลงก์ตอนบลูมจนไม่สามารถมองเห็นพื้นก้นบ่อได้ ในขณะที่บ่อในบริเวณใกล้เคียงกันคือบ่อหน้าห้องพฤกษศาสตร์ไม่ได้แสดงลักษณะของการเกิดแพลงก์ตอนบลูมและสามารถมองเห็นพื้นก้นบ่อได้

คณะผู้จัดทำจึงต้องการศึกษาปัจจัยที่ก่อให้เกิดน้ำขุ่นอันเกิดจากแพลงก์ตอนพืช โดยเลือกบ่อตัวอย่างที่ทำการเก็บผลเป็นจำนวน 2 บ่อ คือบ่อข้างห้องพฤกษศาสตร์ และบ่อหน้าห้องวิทยทัศน์ ณ โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เพชรบุรี โดยทำการสำรวจสภาพแวดล้อมภายในบ่อทั้ง 2 บ่อ พบว่ามีสิ่งที่ต่างกันคือ บ่อข้างห้องพฤกษศาสตร์เกิดไบโอฟิล์ม(วัสดุที่ใช้ทำบ่อคือปูน)แต่บ่อหน้าห้องวิทยทัศน์เกิดไบโอฟิล์ม ได้น้อยมาก(วัสดุที่ใช้ทำบ่อคือกระเบื้อง) ดังนั้นคณะผู้จัดทำจึงสมมติฐานว่า ไบโอฟิล์ม มีผลทำให้เกิดการยึดเกาะของแพลงก์ตอนพืช จึงทำการวัดปัจจัยทางเคมีต่างๆ ได้แก่ อุณหภูมิ ไนเตรท ไนไตรท แอมโมเนีย ความกระด้าง(Water Hardness) ค่าความเป็นกรด-ด่าง(pH) ปริมาณออกซิเจนที่ละลายน้ำ(DO) ค่าการนำไฟฟ้า(EC) ปริมาณของของแข็งที่ละลายน้ำ(TDS) และค่าความขุ่น(Turbidity) ผลคือค่าต่างๆมีความใกล้เคียงกันยกเว้น ค่าการนำไฟฟ้า(EC) ปริมาณของของแข็งที่ละลายน้ำ(TDS) และค่าความขุ่น(Turbidity) จากนั้นวิเคราะห์ผลทั้งหมด และหาความสัมพันธ์ของแพลงก์ตอนพืชและไบโอฟิล์ม เพื่อหาแนวทางที่ช่วยลดความขุ่นของบ่อหน้าห้องวิทยทัศน์ ณ โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เพชรบุรี อันเกิดจากแพลงก์ตอนพืช