การเสริมสารสกัดจากพืชในอาหารเพื่อการเร่งสีแดงของปลากัด

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ณัฐกมล จินา, กัญญานัฐ ช่วยชนะ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

อรรถพล ขันแก้ว

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ตรัง

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2564

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ปลากัด เป็นปลาพื้นเมืองของประเทศไทยที่ผู้คนนิยมเพาะเลี้ยงมาตั้งแต่โบราณ การเลี้ยงปลากัดมัก

นิยมเลี้ยงในขวดหรือโหลขนาดเล็ก จะไม่เลี้ยงร่วมกับปลาชนิดอื่น พราะเป็นปลาที่ชอบสร้างอาณาเขตและ

มักจะไล่กัดปลาที่มีขนาดไล่เลี่ยกัน ทั้งนี้การเลี้ยงปลากัดมีไว้เพื่อดูเล่น เอาไว้ใช้แข่งขันความสวยงาม หรือ

เอาไว้เพื่อกีฬากัดปลา (รศ.ประภาส โฉลกพันธ์รัตน์, 2559) แต่ในขณะนี้ปลากัดไทยได้รับความนิยมและการ

ส่งออกไม่เท่ากับปลากัดจีน ปลากัดเขมร ปลากัดพม่า หรือปลากัดชนิดอื่นๆ ในด้านของความสวยงาม และ

ปลากัดที่มีสีสันสวยงามโดยส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการฉีดสีที่เป็นสารเคมีเข้าไปในตัวปลา ซึ่งเป็นอันตรายต่อ

ตัวปลาเป็นอย่างมาก แต่มีการศึกษาพบว่าปลากัดมีการสะสมสารสีจากการกินอาหารเพื่อเร่งสีของปลากัดให้

เข้มและสวยงามมากยิ่งขึ้น (นงลักษณ์สำาราญราษฎร์ และสมถวิล จริตควร, 2560) ทางคณะผู้จัดทำได้เล็งเห็นปัญหาตรงส่วนนี้จึงได้คิดโครงงานการเสริมสารสกัดจากพืชในอาหารเพื่อ

การเร่งสีของปลากัดขึ้น และทางคณะผู้จัดทำได้เลือกศึกษาการเร่งของสีแดง เนื่องจากปลากัดสีแดงเป็นสีที่

ได้รับความนิยมเป็นส่วนใหญ่ โดยพืชที่นำมาใช้ในการทดลองได้แก่ บีทรูท กระเจี๊ยบแดง และดอกคำฝอย

สาเหตุที่เลือกพืชทั้งสามชนิดนี้เนื่องจาก บีทรูทมีการสะสมสารสีแดง คือ เบทานิน ดอกกระเจี๊ยบแดงมีการ

สะสมสีแดง คือ แอนโทไซยานีน และดอกคำฝอยมีการสะสมสารสีแดง คือ คาร์ทามิน เพื่ออนำพืชทั้งสามชนิด

นี้มาทดสอบประสิทธิภาพว่าพืชชนิดใดที่สามารถเร่งสีแดงของปลากัดได้ดีที่สุดรวมทั้งช่วยลดการใช้สารเร่งสีที่

มีราคาแพงและเป็นอันตรายต่อตัวปลา และเป็นการลดต้นทุนการผลิตอาหารปลาเพื่อเร่งสีแดงของปลากัดอีก

ด้วย