การพัฒนาแผ่นแป้งกระยอจากแป้งข้าวเจ้าที่มีสารแอนโทไซยานินที่ได้จากข้าวเจ้าในจังหวัดพิษณุโลก

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พิชญ์ชนก เทียนแก้ว, ชุติกาญจน์ คงรอด, ณิชกานต์ ประทุมรัตน์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

เปรนิกา มณีท่าโพธิ์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2561

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่องการพัฒนาแผ่นแป้งกระยอจากแป้งข้าวเจ้าที่มีสารแอนโทไซยานินที่ได้จากข้าวเจ้าในจังหวัดพิษณุโลก โดยได้แบ่งการทดลองเป็น 6 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นที่ 1 ศึกษาความชื้นที่มีผลต่อปริมาณแอนโทไซยานินในข้าวกล้อง 3 ชนิด ได้แก่ ข้าวหอมมะลิแดง ข้าวไรซ์เบอร์รี ข้าวกล้องแดงทับทิมสยามขั้นที่ 2 ศึกษาวิธีการสกัดที่ทำให้ได้แอนโทไซยานินมากที่สุดในข้าวกล้อง 3 ชนิด ได้แก่ ข้าวหอมมะลิแดง ข้าวไรซ์เบอร์รี ข้าวกล้องแดงทับทิมสยาม ขั้นที่ 3 ศึกษาปริมาณและเปรียบเทียบแอนโทไซยานินในข้าวกล้อง 3 ชนิด ได้แก่ ข้าวหอมมะลิแดง ข้าวไรซ์เบอร์รี ข้าวกล้องแดงทับทิมสยาม ขั้นที่ 4 นำข้าวที่พบแอนโทไซยานินมากที่สุดมาแปรรูปเป็นแป้งข้าวเจ้า ขั้นที่ 5 นำแป้งข้าวเจ้าที่แปรรูปได้นำไปพัฒนาเป็นแผ่นแป้งกระยอ

ขั้นที่ 6 วัดความพึงพอใจผู้บริโภค โดยนำข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวกล้องมะลิแดง และข้าวกล้องแดงทับทิมสยาม มาเปรียบเทียบปริมาณสารแอนโทไซยานิน และศึกษาสภาวะที่เหมาะสมสำหรับการสกัดแอนโทไซยานินเพื่อผลิตเป็นแป้งข้าวเจ้าสำหรับทำแผ่นแป้งกระยอที่คณะผู้จัดทำได้ทำขึ้น ผลกาทดลองพบว่า ตัวทำละลายที่เหมาะสมที่สุดในการสกัด คือ เอทานอล ที่อัตราส่วนระหว่างปริมาณข้าวเปลือกต่อปริมาณเอทานอล 25 g : 250 ml พบปริมาณสารแอนโทไซยานินมากที่สุดคือ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ชนิดไม่อบ อยู่ในช่วงความยาวคลื่น 450 - 750 nm และมีค่าความดูดกลืนแสงมากที่สุดเท่ากับ 1.955 nm ตอนที่ 2 นำแป้งข้าวไรซ์เบอร์รี่ขึ้นรูปในอัตราส่วนแป้งข้าวเจ้าไรซ์เบอร์รี่หมักต่อแป้งข้าวเจ้าตามท้องตลาด 37.5ml : 3g และมีค่าความต้านทานแรงดึงเฉลี่ย 0.43 N