การศึกษาและเปรียบเทียบปริมาณ กรดเบนโซอิกที่สกัดจากแอปเปิลและแครนเบอร์รีที่ใช้ในการถนอมอาหาร

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ณิชารัศม์ ธีระลักขณาภัสร์, ฐิติมา มิลยะมาตย์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

อารีรัตน์ มัฐผา

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย มุกดาหาร

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

กรดเบนโซอิกเป็นสารที่สามารถพบได้ในธรรมชาติทั่วไป เป็นกรดที่มีประสิทธิภาพในการยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ได้ ซึ่งมีผลต่อผนังเซลล์และเอนไซม์ของจุลินทรีย์ โดยเบนโซอิกจะไปทำให้กระบวนการแทรกซึมของอาหารเข้าไปในเซลล์ของจุลินทรีย์ผิดปกติไป ในขณะเดียวกันจะยับยั้งการสร้างเอนไซม์บางชนิดและปฏิกิริยาการทำงานของเอนไซม์ที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีพของจุลินทรีย์ ทำให้จุลินทรีย์ไม่สามารถเจริญต่อไปได้ ยกตัวอย่างเช่นในผลไม้ แอปเปิ้ลเมื่อมีการติดเชื้อรา จะมีการทําหน้าที่ของกรดเบนโซอิกในผลแอปเปิลเพื่อมาต่อต้านการขยายตัวของเชื้อราเเละยับยั้งการเจริญเติบโตต่อไปของเชื้อรา ในขณะเดียวกันที่ผลไม้กลุ่มเบอร์รีอย่างแครนเบอร์รีก็มีกรดเบนโซอิกที่มีความสามารถในการยืดระยะหรืออายุของแครนเบอร์รีทําให้การขนส่งเป็นไปได้อย่างสะดวกเเละสามารถใช้เวลาในการขนส่งได้ไม่จํากัดนัก เนื่องจากกรดเบนโซอิกช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ซึ่งมีผลให้ผลแครนเบอร์รี่ไม่เน่าเสียง่าย

ปัจจุบันมีการนํากรดเบนโซอิกมาใช้ในการถนอมอาหาร กรดเบนโซอิกในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ส่งผลอันตรายต่อร่างกาย ระบบดูดซึมของมนุษย์และไม่ทำให้เกิดการสะสมในร่างกายเนื่องจากร่างกายมีกลไกในการขจัดความเป็นพิษของกรดเบนโซอิกโดยสามารถขับออกมาได้ทางระบบขับถ่ายของเสียปกติหรือขับถ่ายออกมาทางปัสสาวะ ดังนั้นการใช้กรดเบนโซอิกจึงเป็นที่นิยมในอุตสาหกรรมอาหาร โดยเฉพาะอาหารแปรรูปที่ต้องมีการคงสภาพและอายุของอาหารให้ได้นานที่สุดก่อนที่จะถึงผู้บริโภค ซึ่งกรดเบนโซอิกจะแตกต่างจากสารถนอมอาหารชนิดอื่นๆ เช่นสารบอเเรกซ์ที่ส่งผลเสียต่อร่างการในหลายๆด้าน เช่น สมอง ไต อ่อนเพลีย อาเจียน และเสียชีวิตได้ในที่สุด