การศึกษาคาบการโคจรของดวงจันทร์บริวารของดาวพฤหัสบดี จากปรากฏการณ์ ดาวพฤหัสบดีโคจรมาในตำแหน่งใกล้โลกที่สุดในรอบปี

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

รักษิต เพียงคำ, ปทิตตา นาระต๊ะ, มณีเนตรพชร อินต๊ะสงค์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

จีระพงศ์ ฝาเรือนดี, อดิศักดิ์ กำแพงแก้ว

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนอนุบาลเชียงของ

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ดาวพฤหัสบดีเป็นดาวเคราะห์ใหญ่ที่สุดในระบบของเรา และมีมวลมากที่สุดอันดับหนึ่ง มวลของดาวพฤหัสบดีมีมากถึงหนึ่งพันเท่าของมวลโลก การศึกษาดาวพฤหัสบดีจะช่วยให้เราเข้าใจเรื่องการรวมตัวของแรงโน้มถ่วงและปรากฎการณ์ต่างๆทางดาราศาสตร์ ซึ่งดาวพฤหัสบดีมีดวงจันทร์ที่เป็นบริวารจำนวนมาก(Moons) ที่ล้อมรอบดาวพฤหัสบดีไว้อยู่ การศึกษาดวงจันทร์เหล่านี้จะทำให้ได้เปิดโอกาสในการศึกษา สภาพแวดล้อมและข้อมูลทางดาราศาสตร์ใหม่ๆ ในระบบสุริยะของเรา และคาบการโคจรของดวงจันทร์เหล่านี้ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจพลวัตของระบบดาวพฤหัสบดีได้ ด้วยการศึกษาค่าการโคจรของดวงจันทร์โดยกำหนดการเคลื่อนที่ของเทห์ฟากฟ้า ในปัจจุบันองค์กรทางดาราศาสตร์ได้มีการค้นพบบริวาลหรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าดวงจันทร์ ซึ่งได้ค้นพบอยู่ด้วยกัน 92 ดวง แต่ในยุคของการประดิษฐ์กล้องโทรทรรศน์ กาลิเลโอเป็นคนแรก ที่ริเริ่มใช้กล้องโทรทรรศน์อันเล็กส่องสังเกตดาวพฤหัสบดีเมื่อพ.ศ. 2153 และพบว่า ดาวพฤหัสบดีมีดาวบริวาล 4 ดวง คือ ไอโอ ยูโรปา แกนิมีด และคัลลิสโต ซึ่งทั้ง 4 ดวงนี้เป็นดวงจันทร์ที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาดาวบริวาลของดาวพฤหัสบดีมีลักษณะเป็นทรงกลมและในวันที่ 3 เดือน พฤศจิกายนจะเกิดเหตการสำคัญทางดาราศาสตร์คือปรากฎการณ์ที่ดาวพฤหัสบดีจะโคจรเข้ามาในตำแหน่งที่ใกล้โลกมากที่สุด ซึ่งคณะผู้ทอลองจึงมีความสนใจในการศึกษาปรากฏการณ์ในครั้งนี้ โดยคณะผู้ทดลองจะทำการเก็บข้อมูลการเคลื่อนที่ดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี โดยจะทำการเก็บข้อมูลผ่านกล้องโทรทรรศน์ ดรอปโซเนียนขนาด 10 นิ้ว เพื่อเก็บภาพการเคลื่อนที่ของดวงจันทร์บริวาลเพื่ออนำข้อมูลเหล่านี้มาทำการศึกษาและวิเคราะห์คาบการโคจรของดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดีหาความสัมพันธ์ระหว่างคาบการโคจรและระยะห่างจากดาวพฤหัสบดีสำหรับดวงจันทร์แต่ล่ะดวงและเปรียบเทียบคาบการโคจรของดวงจันทร์ด้านในและด้านนอกของดาวพฤหัสบดี ซึ่งดาวพฤหัสบดีและดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี คือวัตถุในอวกาศที่น่าสนใจและมีส่วนสำคัญในการทำความเข้าใจทางดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์อวกาศที่ยิ่งใหญ่ การศึกษาและการสำรวจเหล่านี้จะช่วยให้เข้าใจเหตุการณ์และสามารถทำนายเหตุการณ์ในอวกาศได้ดียิ่งขึ้นและมีประโยชน์ในการพัฒนาความรู้ของมนุษยชาติในด้านดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์อวกาศอีกด้วย