การศึกษาและพัฒนาของสารเคลือบกันน ้าจากขี้ซีที่มีตามชุมชน

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ธนพร วันทองสุข, ขวัญจิรา ทุพแหม่ง, สรวิศ ดวงคุณ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

เสาวรจนี จันทวงค์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนสกลราชวิทยานุกูล

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2560

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

บทคดัย่อ

โครงงานเรื่องการศึกษาสารเคลือบกันน ้าจากขี้ซีไทเทเนียมไดออกไซด์มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการ

ป้องกันการซึมผ่านของน ้าผ่าน ขี้ซี โดยอัตราส่วนที่เหมาะสมของขี้ซีและต่อปริมาณสารอื่นที่มีผลต่อการเคลือบ

วัสดุป้องกันน ้าได้จึงได้แบ่งการทดลองออกเป็นสามตอน คือ

ตอนที่ 1 ศึกษาความสามารถในการกันน ้าของขี้ซีที่เกิดจากตัวประสานต่างชนิดกันพบว่าความสามารถ

ในการกันน ้าของขี้ซีผสมตัวประสานต่างชนิดกันพบว่า ขี้ซีผสมน ้ามันมะพร้าว มีความสามารถในการกันน ้าได้

มากกว่าขี้ซีเชลแล็ก , ขี้ซี่และไม่ทาสารเคลือบสังเกตได้จากการแผ่ของน ้าเมื่อหยดลงไปบนพื้นผิวที่เคลือบด้วย

สารที่ผลิตได้

ตอนที่ 2 ศึกษาอัตราส่วนที่เหมาะสมในการกันน ้าของ ชัน น ้ามันมะพร้าว และปริมาณ TiO2ที่ต่างกัน

พบว่าการทดลองอัตราส่วนที่เหมาะสมของชัน น ้ามันมะพร้าว และปริมาณของ TiO2ในการกันน ้า พบว่า

อัตราส่วนที่เหมาะสมที่สุดคือ 1:10:0.15 เพราะการแผ่กระจายของน ้าที่สังเกตจากรัศมีการกระจายตัวของน ้าไม่มี

การเปลี่ยนแปลงและเมื่อท าการทดสอบความเร็วของหยดน ้าของสารเคลือบพบว่าอัตราส่วนที่เหมาะสมที่สุดคือ

1:10:0.15 เพราะมีความเร็วมากที่สุด ถึง 8.74 cm/s นั้นก็แสดงว่าบนพื้นผิวมีความเรียบและเงา

ตอนที่ 3 ทดสอบประสิทธิภาพของสารเคลือบกันน ้าที่ผลิตได้เปรียบเทียบกับสารเคลือบที่มีในท้องตลาด

พบว่าสารเคลือบที่ผลิตได้สามารถป้องกันการซึมผ่านของน ้าได้ดีกว่าเซลแลค์ที่มีขายตามท้องตลาดเพราะการแผ่

กระจายของน ้าที่สังเกตจากรัศมีการกระจายตัวของน ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลง ที่เป็นเช่นก็แสดงว่าน ้าไม่ซึมผ่านขี้ซี

และน ้ามันมะพร้าวเป็นสารเคลือบที่ป้องกันการซึมผ่านได้ดีกว่าสารเคลือบในท้องตลาด และขี้ซี่และน ้ามัน

มะพร้าวยังเป็นสารที่มีในธรรมชาติหาได้ง่าย ราคาถูก ไม่เป็นพิษกับสิ่งแวดล้อมด้วย ประกอบกับเพิ่ม

ประสิทธิภาพโดยสาร TiO2

เข้าไปช่วยให้ป้องกันการซึมผ่านของน ้าได้ดียิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันกล่องที่ผลิตจาก

สารเคลือบที่ผลิตได้ยังป้องกันความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ภายใน ซึ่งสามารถป้องกันความร้อนได้ถึง 3 เท่าเมื่อ

เปรียบเทียบกับกรณีที่ไม่มีสารเคลือบสารกั้นน ้า