การศึกษาปริมาณกรดจากน้ำหมักผลไม้และผลต่อการจับตัวของน้ำยางพารา

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ณัชชา พิมพ์โสดา, เบญจมาภรณ์ ขันธวิชัย, ณัฐธิตา การโสภา

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

สุกัญญา แสนทวีสุข, จันจิรา คำสุริย์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนกัลยาณวัตร

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ปัจจุบันเกษตรกรสวนยางพารามักใช้สารเคมีในกระบวนการจับตัวของน้ำยางพาราหรือการผลิตยางก้อนถ้วย ซึ่งทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายของเกษตรกรสวนยางพารา และสิ่งแวดล้อม ดังนั้นผู้จัดทำโครงงานมีความสนใจศึกษาปริมาณน้ำหมักชีวภาพจากผลไม้ต่อการจับตัวของน้ำยางพารา โดยมีการศึกษา 1) ศึกษาปริมาณกรดซิตริก กรดแลกติก และกรดอะซิติก ในน้ำหมักชีวภาพจากผลไม้ในท้องถิ่น 4 ชนิด ได้แก่ กล้วย มะม่วงสุก เปลือกมะนาว เปลือกสับปะรด พบว่าในน้ำหมักแต่ละชนิดพบ กรดแลกติกมากที่สุด รองลงมาคือ กรดซิตริก และอะซิติก ตามลำดับ 2) ศึกษาประสิทธิภาพของน้ำหมักชีวภาพจากผลไม้ต่อการจับตัวเป็นก้อนของน้ำยางพารา โดยศึกษาเปรียบเทียบผลของน้ำหมักชีวภาพจากกล้วย มะม่วงสุก เปลือกมะนาว และเปลือกสับปะรดกับกรดซัลฟิวริกความเข้มข้น 3 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณ 15 มิลลิลิตร พบว่าน้ำหมักจากสับปะรดมีระยะเวลาการจับตัวเร็วที่สุด เท่ากับ 76 นาที และกรดซัลฟิวริกมีระยะเวลาการจับตัวรองลงมาคือ 89.67 นาที และศึกษาปริมาณน้ำหมักชีวภาพจากผลไม้ที่เหมาะสมต่อการจับตัวเป็นก้อนของน้ำยางพารา โดยชุดการทดลองมี 4 ชุด ได้แก่ น้ำหมักจากกล้วย มะม่วงสุก เปลือกมะนาว เปลือกสับปะรด โดยแต่ละชุดทดลองใช้น้ำหมักปริมาณ 10 15 20 25 และ 30 มิลลิลิตร พบว่าน้ำหมักจากเปลือกสับปะรด กล้วย มะม่วงสุก และเปลือกมะนาวในปริมาณ 30 มิลลิลิตร ทำให้น้ำยางพาราจับตัวเป็นก้อนเร็วที่สุด มีระยะเวลาการจับตัวเท่ากับ 30 31 32.67 และ 52 นาที ตามลำดับ 3) ศึกษาคุณภาพของยางก้อนจากการใช้น้ำหมักชีวภาพในการจับตัวของน้ำยางพารา โดยศึกษาเปรียบเทียบผลของน้ำหมักชีวภาพจากผลไม้แต่ละชนิดกับกรดซัลฟิวริกความเข้มข้น 3 เปอร์เซ็นต์ 15 มิลลิลิตร พบว่าน้ำหมักจากกล้วยมีประสิทธิภาพการจับตัวของน้ำยางดีที่สุด เท่ากับ 77.79 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมากกว่ากรดซัลฟิวริกที่มีประสิทธิภาพการจับตัวของน้ำยาง เท่ากับ 72.69 เปอร์เซ็นต์ รองลงมา คือ น้ำหมักจากเปลือกสับปะรด น้ำหมักจากมะม่วงสุก และน้ำหมักจากเปลือกมะนาว เท่ากับ 76.78 73.97 และ 68.92 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ และลักษณะสียางก้อนจากการใช้น้ำหมักจากเปลือกมะนาว มีสีขาวสะอาดที่สุด ใกล้เคียงกับยางก้อนที่จับตัวด้วยกรดซัลฟิวริก และคุณภาพของยางก้อนจากการใช้น้ำหมักชีวภาพจากผลไม้แต่ละชนิดในปริมาณที่ 10 15 20 25 และ 30 มิลลิลิตร พบว่ายางก้อนที่มีประสิทธิภาพการจับตัวของยางที่ดีที่สุดคือ ยางก้อนที่จับตัวด้วยน้ำหมักจากเปลือกสับปะรดปริมาณ 30 มิลลิลิตร มีประสิทธิภาพการจับตัวของยางเท่ากับ 95.85 เปอร์เซ็นต์ รองลงมา คือ น้ำหมักจากเปลือกสับปะรดปริมาณ 20 มิลลิลิตร เปลือกสับปะรดปริมาณ 25 มิลลิลิตร และน้ำหมักจากมะม่วงสุกปริมาณ 30 มิลลิลิตร ตามลำดับ และสีของยางก้อนจากการใช้น้ำหมักชีวภาพทุกชนิด ปริมาณ 25 มิลลิลิตร และ 30 มิลลิลิตร มีลักษณะดีที่สุด เนื่องจากยางก้อนมีสีขาวสะอาดทั่วทั้งก้อน และปริมาณ 10 15 และ 20 มิลลิลิตร ยางก้อนมีสีน้ำตาลเล็กน้อยในบางจุด มีเพียงน้ำหมักจากเปลือกมะนาวเท่านั้นที่มีสีเหลืองอ่อน