การพัฒนาคุณสมบัติของไบโอชาร์จากซังข้าวโพด เปลือกถั่ว และเปลือกเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ สำหรับปรับปรุงคุณภาพดินเพื่อการเกษตร
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
เขมญาฎา ดวงจันทร์, ณัฐณิชา คงมา
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
ศรายุทธ พูลสุข, วรรณธิรา คงพลับ
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
โครงงานการพัฒนาคุณสมบัติของไบโอชาร์จากซังข้าวโพด เปลือกถั่ว และเปลือกเมล็ดมะม่วงหิมพานต์
สำหรับปรับปรุงคุณภาพดิน มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเตรียมไบโอชาร์จากซังข้าวโพด เปลือกถั่วเขียวผิวดำและเปลือกเม็ดมะม่วงหิมพานต์วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อศึกษาลักษณะทางกายภาพและคุณสมบัติทางเคมีของไบโอชาร์จากซังข้าวโพด เปลือกถั่วเขียวผิวดำและเปลือกเม็ดมะม่วงหิมพานต์ และเพื่อศึกษาชนิดและปริมาณของไบโอชาร์ที่เหมาะสมจากซังข้าวโพด เปลือกถั่วเขียวผิวดำและเปลือกเม็ดมะม่วงหิมพานต์สำหรับปรับปรุงคุณภาพดินเพื่อการเกษตร มีผลการทดลองดังนี้
ศึกษาการเตรียมไบโอชาร์จากซังข้าวโพด เปลือกถั่วเขียวผิวดำและเปลือกเม็ดมะม่วงหิมพานต์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร พบว่าไบโอชาร์ที่ได้จากซังข้าวโพด เปลือกถั่วเขียวผิวดำและเปลือกเม็ดมะม่วงหิมพานต์ มีลักษณะสีดำ เบา มีความเป็นรูพรุนสูง นอกจากนี้พบว่าระยะเวลาในการเผาเพิ่มขึ้นจะทำให้ร้อยละของผลผลิต ไบโอชาร์ลดลง
ศึกษาลักษณะทางกายภาพและคุณสมบัติทางเคมีของไบโอชาร์จากซังข้าวโพด เปลือกถั่วเขียวผิวดำและเปลือกเม็ดมะม่วงหิมพานต์ พบว่าไบโอชาร์จากซังข้าวโพด เปลือกถั่วเขียวผิวดำและเปลือกเม็ดมะม่วง- หิมพานต์ มีค่า pH คือ 7.76 8.33 และ 9.60 ตามลำดับ ในขณะที่ไบโอชาร์จากซังข้าวโพดมีค่าการนำไฟฟ้าสูงที่สุดคือ 3.63 mS/cm และพบว่าไบโอชาร์ทุกชนิดมีธาตุที่เป็นองค์ประกอบมากที่สุดคือคาร์บอน
ศึกษาชนิดของไบโอชาร์ที่เหมาะสมจากซังข้าวโพด เปลือกถั่วเขียวผิวดำและเปลือกเมล็ดมะม่วงหิมพานต์สำหรับปรับปรุงคุณภาพดินเพื่อการเกษตร ไบโอชาร์จากเปลือกเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ 2.5%w/w มีอัตราการเจริญเติบโตของต้นกะหล่ำปลีสูงที่สุด 2.0 เซนติเมตร รองลงมาคือไบโอชาร์จากซังข้าวโพด 7.5%w/w มีอัตราการเจริญเติบโต 1.8 เซนติเมตร สำหรับธาตุอาหาร N P K ทุกชุดการทดลองมีธาตุอาหารอยู่ในช่วงเดียวกันคือ มีค่า ค่าไนโตรเจน 50 – 200 ppm ค่าฟอสฟอรัส 4 – 14 ppm และค่าโพแทสเซียม 50 – 200 ppm