การพัฒนาสมบัติของกระจูด (Lepironia articalata) ด้วยอนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์ และอนุภาคนาโนไททาเนียมไดออกไซด์ ในการผลิต “ผลิตภัณฑ์ Yeti Bag”
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
ธนวรรณ หมวดอินทอง, น้ำทิพย์ ยกฉวี
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
ศรายุทธ พูลสุข, วรรณธิรา คงพลับ
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
โครงงานนี้ได้สนใจภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดพัทลุง คือ ผลิตภัณฑ์จักสานจากกระจูด “Yeti Bag” เป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ได้รับความนิยมจนสามารถส่งออกและสร้าง รายได้ให้แก่คนในชุมชน แต่อย่างไรก็ตามผลิตภัณฑ์จักสานกระจูด “Yeti bag” มีจุดด้อยอยู่คือ ความสามารถใน การรับน้ำหนักได้น้อย เมื่อใช้งานไประยะเวลาหนึ่งจะเกิดปัญหา การหลุดลอกของสี เกิดเชื้อรา ทำให้ผลิตภัณฑ์ จักสานกระจูด “Yeti Bag” เสื่อมสภาพ จึงต้องมีการปรับปรุงและพัฒนาสมบัติของกระจูด ด้วยอนุภาคนาโน ซิงค์ออกไซด์(มีสมบัติในการยับยั้งเชื้อรา สะท้อนรังสีอัลตราไวโอเลต) และนาโนไททาเนียมไดออกไซด์ (เพิ่มความ แข็งแรง ทนต่อสภาพกัดกร่อน เพิ่มความยืดหยุ่นและยับยั้งเชื้อรา) ทางกลุ่มจึงได้ศึกษาขั้นตอนวิธีการทำ จักสานกระจูด “Yeti Bag” จากกระจูดกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน “กลุ่มโรงฟาง ทะเลน้อย หัตกรรมกระจูด” และนำข้อมูลมาคิดค้น พัฒนาขั้นตอนการทำผลิตภัณฑ์จักรสานจากกระจูด เพราะทางกลุ่มอยากส่งเสริมให้ภูมิปัญญา ชาวบ้านในการทำผลิตภัณฑ์จักสานกระจูด “Yeti Bag” ให้มีความแตกต่างและดีกว่าเดิม โดยความต่างนั้นอาจ ต้องมองลึกไปถึงคุณภาพ (ระดับนาโน) จากการศึกษาข้อมูลดังกล่าวข้างต้น ทางกลุ่มจึงได้มีการดำเนินการทดลองเพื่อพัฒนาสมบัติของกระจูด โดยแบ่งการทดลองออกเป็น 4 ขั้นตอนคือ ขั้นการเตรียมตัวอย่างกระจูด ขั้นการย้อมสีกระจูด ขั้นการศึกษา อัตราส่วนของอนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์โดยแบ่งการทดลองออกเป็น 6 ชุดคือ ชุดควบคุม ชุดที่มีนาโนซิงค์ออกไซด์ 0.1 0.2 0.3 0.4 และ 0.5%w/v แล้ววิเคราะห์คุณสมบัติของกระจูด เมื่อได้อัตราส่วนที่เหมาะสมของอนุภาคนาโน ซิงค์ออกไซด์แล้วจึงนำความเข้มข้นของอนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์ที่เหมาะสมนี้ มาศึกษาต่อเพื่อหาอัตราส่วน ระหว่างอนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์ต่ออนุภาคนาโนไททาเนียมไดออกไซด์โดยแบ่งการทดลองออกเป็น 6 ชุดคือ ชุดควบคุม ชุดที่มีอัตราส่วน 1:0.5 1:1 1:1.5 1:2.0 และ 1:2.5 w/w ขั้นตอนสุดท้ายคือทำการวิเคราะห์สมบัติ ของกระจูด โดยทดสอบความหนาแน่น ความเค้น ความเครียด ร้อยละของการยืดตัว มอดุลัสของยัง ความคงทนของสี และประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อรา mucor sp. ในกระจูด จากการทดลองทั้งหมด กระจูดที่มีอัตราส่วนของอนุภาคนาโนซิงออกไซด์และอนุภาคนาโนไททาเนียม ไดออกไซด์ที่เหมาะสม มีแนวโน้มที่จะมีประสิทธิภาพในการพัฒนาสมบัติของกระจูด เพื่อปรับปรุง พัฒนาและ ส่งเสริมผลิตภัณฑ์จักสาน “Yeti Bag” จากกระจูดที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดพัทลุงให้มีประสิทธิภาพ และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดพัทลุง