ปัจจัยที่เหมาะสมในการผลิตวัสดุดูดซับคราบนํ้ามันในนํ้าเสียจากของเหลือทิ้งในอุตสาหกรรมประมงนํ้าเค็ม
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
สุธันยากร ไกรพัฒนพงศ์, ณฐากัญ ผาทอง
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
เพื่อนจิต สิงห์เผ่น
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
วัตถุประสงค์ของโครงการ คือ การขึ้นรูปวัสดุดูดซับคราบน้ำมันในน้ำเสียต่างๆ เช่น น้ำเสียจากการชำระล้างสิ่งสกปรกภายในครัวเรือนหรือปริมาณน้ำมัน ไขมันจากเศษอาหาร ซึ่งขึ้นรูปในรูปแบบของเม็ดบีดส์จากไคโตซานชนิดเกล็ดที่ได้มากจากแกนหมึก โดยการเตรียมวัสดุดูดซับโดยวิธีทำให้เป็นกลางจากไคโตโซนชนิดเกล็ด และนำลงในสารละลายกรดแอซิติกที่ระดับความเข้มข้นที่ 4,8,10,16, และ 24 เปอร์เซ็นต์ ปริมาตร 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร จากนั้นนำลงในสารละลาย 8% NaOH ปริมาตร 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร ด้วยเข็มฉีดยาขนาด 0.70 x 38 nm และศึกษาประสิทธิภาพจากสภาวะต่างๆที่เหมาะสมในการดูดซับ เช่น อุณหภูมิที่ดูดซับเข้าสู่สมดุล เวลาที่การดูดซับเข้าสู่สมดุล ศึกษาอิทธิพลของปริมาณน้ำมันต่ออัตราการดูดซับ เทียบกับวัสดุดูดซับไคโตซานที่ใช้งานมาแล้วและผ่านการฟื้นฟูสภาพด้วยเฮกเซน และศึกษาความเป็นทรงกลมของวัสดุดูดซับ ผลการทดลองพบว่า ค่า sphericity เท่ากับ 0.980 ± 0.103, 0.880 ± 0.109, 0.871 ± 0.110, 0.982 ± 0.105 และ 0.973 ± 0.104 เมื่อทดลองกดจะมีความยืดหยุ่นคล้ายเจลและค่อนข้างแข็งแรง ณ อุณหภูมิที่ 30 องศาเซลเซียส ทุกสัดส่วนของบีสด์ไคโตซานมีอัตราการดูดซับมากที่สุด และที่อุณหภูมิ 35 เข้าสู่ 40 องศาเซลเซียสเป็นอุณหภมิที่การดูดซับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยสัดส่วนกรดแอซิติกในบีดส์ไคโตซานที่ 8 เปอร์เซ็นต์มีอัตราการดูดซับมากที่สุดเมื่อเทียบกับสัดส่วนอื่นๆซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 63.67 ในสภาวะสมดุลที่ 45 นาที บีดส์ไคโตซานที่ 8 และ 10 เปอร์เซ็นต์มีอัตราการดูดซับมากที่สุด โดยมีร้อยละการดูดซับที่ 80.38 และ 75.33 ตามลำดับ ส่วนที่สัดส่วนของของกรดอะซิติกบีดส์ไคโตซานที่ 4,6 และ 24 เปอร์เซ็นต์ เข้าสู่สภาวะสมดุลที่ 30 นาทีโดยมีร้อยละการดูดซับ เท่ากับ 54.01,45.33, และ 42.11 ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบผลการศึกษาการฟื้นฟูสภาพวัสดุดูดซับไคโตซานที่ผ่านการใช้งานแล้ว พบว่าวัสดุดูดซับไคโตซานมีประสิทธิภาพการดูดซับน้ำมันลดลงตามจำนวนครั้งของการฟื้นฟูสภาพเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้งานครั้งแรก