การศึกษาปริมาณฮอร์โมนออกซินของดอกทานตะวันในแต่ละช่วงวัย

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

กรกนก โลหะธาตุ, วรปภา แตงจันทรา, รติรัตน์ วงค์ประเสริฐ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

สุกัญญา หอมทวนลม, อรณิชา เลี่ยนชอบ

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนถาวรานุกูล

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2562

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ดอกทานตะวันเริ่มเข้ามาในประเทศไทยช่วงรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยชาวฝรั่งเศสนำมาปลูก ทำให้ในปัจจุบันมีการปลูกดอกทานตะวันเป็นท้องทุ่งจำนวนมากในประเทศไทย การที่ได้ชื่อว่า "ดอกทานตะวัน" นั่นเป็นเพราะลักษณะการหันของช่อดอกและใบนั้นจะหันไปตามทิศทางของดวงอาทิตย์ โดยในตอนเช้าจะหันไปทางทิศตะวันออก และในช่วงเย็นจะหันไปทางทิศตะวันตกตามดวงอาทิตย์ ซึ่งการหันของช่อดอกทานตะวันนั่นเป็นผลมาจากการตอบสนองแบบ Positive Phototropism คือการเบนเข้าหาแสง ซึ่งเกิดจากฮอร์โมนออกซินที่ทำหน้าที่กระตุ้นการแบ่งเซลล์และการยืดตัวของเซลล์ เมื่อฮอร์โมนออกซินถูกกระตุ้นด้วยแสงจะทำให้ฮอร์โมนออกซินกระจายอยู่ในด้านที่มืดกว่า เซลล์ด้านนั้นมีการยืดตัวและมีการเจริญเติบโตมากกว่าด้านที่รับแสง ยอดของพืชจึงโค้งเบนเข้าหาแสงคณะผู้จัดทำมีความสนใจในการศึกษาเรื่องปริมาณฮอร์โมนออกซินในแต่ละช่วงอายุ ซึ่งมีผลต่อการเบนเข้าหาแสงอาทิตย์ของดอกทานตะวัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเรื่องปริมาณฮอร์โมนออกซินในแต่ละช่วงอายุของดอกทานตะวันและเพื่อช่วยสร้างเสริมความรู้ในเรื่อง พฤกษศาสตร์ ในระดับที่สูงขึ้นไป โดยมีวิธีการคือ ปลูกดอกทานตะวันเป็นจำนวน 9 ต้น โดยมีอายุ 2 สัปดาห์ 3 ต้น อายุ 3 สัปดาห์ 3 ต้น อายุ 1 เดือน 3 ต้น แล้วคอยดูแลดอกทานตะวันโดยรดน้ำ ใส่ปุ๋ย เหมือนกันทุกต้น ต่อมาทำการตัดบริเวณยอดโค้งของดอก มาวัดความโค้งของยอดดอก มุมที่โค้งจะบอกปริมาณของออกซินได้โดยเปรียบเทียบจากเส้นมาตรฐาน (Standard Curve)