ศึกษาประสิทธิภาพเอนไซม์ปาเปนจากมะละกอและเอนไซม์โบรมีเลนจากสับปะรดที่ส่งผลต่อการติดทนของสีย้อมแดงจากครั่ง

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

อาภัสรา หนูห่วง, อริยธิดา ยังคง

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

มีนารัตน์ วงศ์เสน่ห์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย มุกดาหาร

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2564

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานเรื่อง ศึกษาประสิทธิภาพเอนไซม์ปาเปนจากมะละกอและเอนไซม์โบรมีเลนจากสับปะรดที่ส่งผลต่อการติดทนของสีย้อมแดงจากครั่ง มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของเอนไซม์ปาเปนจากมะละกอและเอนไซม์โบรมีเลนจากสับปะรดที่ส่งผลต่อการติดทนของสีย้อมแดงจากครั่ง โดยการทดลองแบ่งเป็น 3 ตอน ได้แก่ ตอนที่ 1 นำมะละกอพันธุ์แขกดำมาสับใส่ในถังแล้วเติมน้ำกลั่นและอีเอ็มมะกรูด หมักไว้ 14 วันก็จะได้เอนไซม์ปาเปน ส่วนสับปะรดพันธุ์ภูแลนำมาปั่นแล้วกรองก็จะได้เอนไซม์โบรมีเลน ตอนที่ 2 นำขี้ครั่งมาโขลกให้ละเอียดแล้วแช่น้ำกลั่น 24 ชั่วโมง จากนั้นนำมากรอง แล้วนำมาต้มที่ 60 องศาเซลเซียส เติมสารส้มและค่อย ๆ เติมน้ำมะขามเปียก จนกว่าจะได้สีแดงตามที่ต้องการ สุดท้ายใช้เครื่องสเปกโตรโฟโตมิเตอร์วัดความเข้มข้นของสีย้อมแดงจากครั่งก่อนนำมาย้อมกับมัดไหม ตอนที่ 3 นำเอมไซม์ปาเปนกับเอนไซม์โบรมีเลนอย่างละ 35, 70, 105 มิลลิลิตร รวม 6 แบบ มาผสมกับมัดไหมก่อนย้อมครั่ง เป็นเวลา 10 นาที จากนั้นนำมัดไหมที่เตรียมไว้มาแช่ลงในสีย้อมเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ตากให้แห้ง และนำมาซัก ทำการทดลองซ้ำ 3 ครั้ง แล้วเทียบสีกับค่ามาตรฐานของสีย้อมครั่ง จากนั้นใช้สเปกโตรโฟโตมิเตอร์วัดความเข้มข้นของสีที่หลุดออกจากเนื้อผ้าในน้ำหลังการซักครั้งที่ 1, 2 และ 3 พบว่า เอนไซม์โบรมีเลนที่ความเข้มข้นที่ 35 มิลลิลิตรมีประสิทธิภาพดีที่สุด ตามด้วยเอนไซม์ปาเปน 35 มิลลิลิตร, เอนไซม์โบรมีเลน 70 มิลลิลิตร, เอนไซม์ปาเปน 70 มิลลิลิตร, เอนไซม์โบรมีเลน 105 มิลลิลิตร, เอนไซม์ปาเปน 105 มิลลิลิตร ตามลำดับ

คำสำคัญ : เอนไซม์ปาเปน (papain enzyme), เอนไซม์โบรมีเลน (bromelain enzyme), การติดทนของสีย้อมแดงจากครั่ง (lasting of lac dye), สเปกโตรโฟโตมิเตอร์ (spectrometer)