การศึกษาปริมาณเอทานอลที่สามารถสกัดได้จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ณิชนันทน์ ทนดี, ปรานต์นิพัทธ์ ศิรินาม, พีรดา วงศ์อารัญ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

สายรุ่ง มีหลาย, ณัฐภาส นามแสงโคตร

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนเชียงคำวิทยาคม

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2563

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

พลังงานเชื้อเพลิงเป็นปัจจัยที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของโลก โดยเฉพาะน้ำมันปิโตรเลียมซึ่งมีความต้องการใช้เป็นปริมาณมากและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีส่งผลให้เชื้อเพลิงปิโตรเลียมของโลกมีปริมาณลดลง และมีแนวโน้มทางด้านราคาสูงขึ้น จึงได้มีการพัฒนาแหล่งพลังงานทดแทนจากผลผลิตทางการเกษตรซึ่งแหล่งพลังงานทดแทนที่สำคัญของไทย คือ พลังงานจากชีวมวลที่สามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงเครื่องยนต์ มีอยู่ 2 ประเภทหลัก คือ เอทานอล และไบโอดีเซล เอทานอลสามารถผลิตได้จากวัตถุดิบหลัก 3 ประเภท คือ วัตถุดิบที่มีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นน้ำตาล แป้ง และเซลลูโลส ปัจจุบันการผลิตเอทานอล มักจะผลิตจากพืชเศรษฐกิจ เช่น ปาล์ม อ้อย ซึ่งมีต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างสูง(ดร.อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล, ออนไลน์, 13 กันยายน 2563)

คณะผู้จัดทำจึงได้ศึกษาเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัตถุดิบที่สามารถนำมาใช้ผลิตเอทานอลได้ พบว่าแกนข้าวโพดหวานสามารถนำมาปรับสภาพและเปลี่ยนเป็นเอทานอลได้ตามงานวิจัยของ(วรลักษณ์ คงจินดามุณี , 2556) โดยคณะผู้จัดทำได้เลือกวัสดุเหลือใช้จากการเกษตรคือ แกนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์, ขี้เลื่อย และซังข้าว เนื่องจากคณะผู้จัดทำได้ศึกษาพบว่าวัตถุดิบเหล่านี้มีเซลลูโลสมาก และเป็นวัตถุดิบทางการเกษตรที่ไม่มีประโยชน์อีกทั้งยังพบมาก

ในชุมชน โดยจะนำวัสดุเหล่านี้ไปปรับสภาพจากนั้นใช้กรดซัลฟิวริกที่มีความเข้มข้นแตกต่างกัน เปลี่ยนเซลลูโลสให้เป็นน้ำตาล และจะนำไปหมักกับยีสต์ 2 ชนิด ได้แก่ 1) ยีสต์ขนมปัง 2) ยีสต์หมักไวน์ เพื่อหาระยะเวลาที่ดีที่สุดในการหมัก แล้วได้ความเข้มข้นของเอทานอลมากที่สุด และเปรียบเทียบผลที่ได้ระหว่างยีสต์ขนมปัง และ ยีสต์หมักไวน์ โครงงานนี้จะช่วยนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่ไม่มีประโยชน์ มาแปรสภาพให้เป็นสิ่งที่มีประโยชน์นั่นคือ เอทานอล แทนการทิ้งไว้หรือเผาทิ้งซึ่งเป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม