การศึกษาผลของสารคัดหลั่งของกิ้งกือต่อการกำจัดปลวก

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ปณิดา แก้วมณี, พัชรพร อยู่เจริญ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

อรรถพล ขันแก้ว

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ตรัง

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2562

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ในประเทศไทยปลวกเป็นผู้ทำลายก่อให้เกิดความเสียหายแก่อุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งมีไม้เป็นองค์ประกอบให้เกิดความเสียหายเป็นจำนวนมาก มีการประมาณมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจเนื่องจากปลวกในทุกปี (จิตติ จันทร์แสง, 2544) ปลวกชนิดที่กินเนื้อไม้เป็นอาหาร จะอาศัย protozoa ซึ่งอาศัยอยู่ในระบบทางเดินอาหารช่วยในการผลิตเอนไซม์ออกมาย่อยอาหาร สำหรับในประเทศไทยพบทั้งหมด 3 วงศ์ (family) คือ Kalotermididae, Termospsidae และ Rhinotermitidae ปลวกชนิดที่กินดิน ซากอินทรีย์วัตถุ ไลเคน รวมถึงพวกที่กินเศษไม้ ใบไม้ และเพาะเลี้ยงเชื้อราไว้เป็นอาหาร จะมีวิวัฒนาการที่สูงขึ้น เพื่อปรับตัวให้อยู่รอดได้ในสภาพนิเวศที่แห้งแล้งหรือขาดอาหารได้ดี โดยอาศัยจุลินทรีย์จำพวก bacteria หรือเชื้อราภายในระบบทางเดินอาหาร ทำหน้าที่ผลิตเอนไซม์เพื่อช่วยย่อยอาหารให้กับปลวก ซึ่ง bacteria บางชนิด จะมีความสามารถในการจับธาตุไนโตรเจนจากอากาศ มาสร้างเป็นกรดอะมิโนที่ปลวกสามารถนำไปใช้ในการดำรงชีวิตได้ และบางชนิดมีความสามารถผลิตเอนไซม์ที่มีประสิทธิภาพในการย่อยสลายพิษบางอย่างที่สลายตัวได้ยากในสภาพแวดล้อม ในประเทศไทยพบปลวกชั้นสูงนี้อยู่ในวงศ์ Termitidae (สำนักวิจัยการจัดการป่าไม้และผลิตผลป่าไม้ กรมป่าไม้, 2562)

การใช้สารเคมีในการฆ่าปลวกส่งผลต่อระบบประสาทในลักษณะการยับยั้งการทำงานของสารสื่อประสาทส่งผลให้ปลวกตายได้รวดเร็วมากขึ้น การใช้ยาฆ่าปลวกเป็นวิธีการกำจัดที่ดีที่สุดและสามารถใช้ได้ทุกโอกาส ส่งผลให้จำนวนประชากรปลวกลดอย่างรวดเร็ว การใช้ยาฆ่าปลวกหากสูดดมหรือดูดซึมเป็นเวลานานทำให้การทำงานของตับและตับอ่อนผิดปรกติ ในผู้มีครรภ์อาจทำให้เกิดอาการแท้งอย่างเฉียบพลัน การปนเปื้อนในดิน น้ำ อากาศ ของยาฆ่าปลวกส่งผลให้เกิดมลภาวะและเป็นอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิต มีผลต่อแพลงก์ตอนสัตว์ในน้ำ(ไทยเกษตรศาสตร์, 2554)

กิ้งกือจัดอยู่ในไฟลัมอาร์โธรโพดา (Phylum Arthropoda) ชั้นดิพโพลโพดา (Class Diplopoda) (MGR Online, 2552) กิ้งกือเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบแสง ชอบอาศัยในดิน โพรงไม้ กาบไม้ หรือ ที่ที่มีซากพืชทับถมกันที่มีสภาพชื้น สัตว์กินซากพืช ซากสัตว์ และซากเน่าเปื่อยของอินทรีย์วัตถุต่างๆเป็นอาหาร โดยจะออกหากินในเวลากลางคืน(สมศักดิ์ และคณะ, 2552) หากกิ้งกือโดนสัมผัสจะม้วนตัวและปล่อยสารเคมีออกมาเพื่อป้องกันตัว จากการศึกษาพบว่าสารที่พบในกิ้งกือเป็นสารกลุ่มไซยาไนต์หรือเบนโซควิโนนมีลักษณะสีเหลืองเมื่อออกมาสัมผัสกับอากาศจะเปลี่ยนเป็นสีแดงจะมีผลต่อสัตว์ตัวเล็ก เช่น มด มอด และปลวกเป็นต้น(TNEWS ONLINE, 2561)

จากการสำรวจกิ้งกือในโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ตรัง พบกิ้งกือตะเข็บและกิ้งกือปลอกน้ำตาลแดงเป็นจำนวนมาก เหตุผลดังกล่าวข้างต้นจึงทำการคัดหลั่งและศึกษาเกี่ยวกับฤทธิ์ของสารคัดหลั่งในกิ้งกือต่ออัตราการรอดของปลวก เป็นผลให้เกิดโครงงานการกำจัดปลวกของสารคัดหลั่งในกิ้งกือ