การศึกษาผลของไคโตซานจากเปลือกหอยในท้องถิ่นลำปลายมาศร่วมกับนาโนซิงค์ออกไซด์ ที่มีผลต่อการเก็บรักษาดอกดาวเรืองและการชะลอการบานของดอกมะลิ
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
วาทิน ไชยเสน, อรปรียา คะเชนทร์กูล, วัชราภรณ์ โพธิ์วิเศษ
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
ธาราดล สิงห์สูงเนิน, สุพิศ ริสา
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
การศึกษาผลของไคโตซานจากเปลือกหอยในท้องถิ่นลำปลายมาศร่วมกับนาโนซิงค์ออกไซด์ที่มีผลต่อการเก็บรักษาดอกดาวเรืองและการชะลอการบานของดอกมะลิ มีวัตถุประสงค์ของการศึกษาเพื่อสำรวจชนิดและศึกษาพฤติกรรมการกินอาหาร การวางไข่ และเปอร์เซ็นต์การฟักเป็นตัวของไข่หอยเชอรี่ หอยทากยักษ์แอฟริกา และหอยทากสยาม เพื่อศึกษาผลของสารสกัดจากพืชบางชนิดที่มีผลต่อการตายของหอยทั้ง 3 ชนิด และเพื่อศึกษาผลของสารสกัดไคโตซานจากเปลือกหอยผสมสารละลายนาโนซิงค์ออกไซด์ต่อการเก็บรักษาดอกดาวเรืองและการชะลอการบานของดอกมะลิ โดยทำการศึกษา ตอนที่ 1 การสำรวจชนิด ศึกษาพฤติกรรมการกิน การวางไข่ และเปอร์เซ็นต์การฟักเป็นตัวของไข่หอย ตอนที่ 2 การศึกษาผลของสารสกัดหยาบจากพืชบางชนิดที่มีผลต่อการตายของหอยทั้ง 3 ชนิด และตอนที่ 3 การศึกษาผลของไคโตซานจากเปลือกหอยที่มีผลต่อการเก็บรักษาดอกดาวเรืองและการชะลอการบานของดอกมะลิ
ผลการศึกษาพบว่า ในจุดศึกษาที่ 1 แปลงนาข้าว พบหอยเชอรี่ 2 ชนิด คือ หอยเชอรี่เขียวคาดดำ 55 ตัว มีน้ำหนักเฉลี่ยเท่ากับ 19.11±6.38 กรัม และความยาวเฉลี่ยเท่ากับ 6.24±0.65 เซนติเมตร และหอยเชอรี่เหลืองปนน้ำตาล 43 ตัว มีน้ำหนักเฉลี่ยเท่ากับ 17.94±4.53 กรัม และความยาวเฉลี่ยเท่ากับ 6.23±0.44 เซนติเมตร และในจุดศึกษาที่ 2 แปลงผักพบหอยทากยักษ์แอฟริกา และหอยทากสยาม ปัจจัยสิ่งแวดล้อมบริเวณศึกษา ดินมีค่า pH เท่ากับ 6.7 และ 7.0 อุณหภูมิ เท่ากับ 17 และ 19 องศาเซลเซียส ความชื้นดิน เท่ากับ 9 และ 6 ลักษณะเนื้อดินเป็นแบบ CL (ร่วนปนเหนียว) น้ำมีค่า pH เท่ากับ 7.0 อุณหภูมิเท่ากับ 27 องศาเซลเซียส ความโปร่งใสเท่ากับ 0 อากาศ มีอุณหภูมิเท่ากับ 35 องศาเซลเซียส และความชื้นสัมพัทธ์อากาศเท่ากับ 68 % และสิ่งปกคลุมดินพบ ต้นข้าว วัชพืชในนาข้าว ผักบุ้ง คะน้า และกวางตุ้ง หอยเชอรี่ หอยทากยักษ์แอฟริกา และหอยทากสยามกินอาหารที่ให้ทุกชนิด หอยเชอรี่มีพฤติกรรมการวางไข่บนที่แห้ง ไข่มีสีชมพู หอยทากยักษ์แอฟริกา วางไข่ในดิน ไข่มีขนาดใหญ่สีขาวอมเหลือง และหอยทากสยามวางไข่ในดิน ไข่มีสีขาวขุ่น หอยเชอรี่มีเปอร์เซ็นต์การฟักเป็นตัวของไข่เท่ากับ 96% หอยทากยักษ์แอฟริกามีเปอร์เซ็นต์การฟักเป็นตัวของไข่เท่ากับ 94% และหอยทากสยามมีเปอร์เซ็นต์การฟักเป็นตัวของไข่เท่ากับ 90% สารสกัดหยาบจากฝักคูณมีผลต่อการตายของหอยทั้ง 3 ชนิดมากที่สุดมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 85.33 รองลงมาคือ กระเทียม ขิง ขี้เหล็ก ข่าและทรงบาดาล ตามลำดับ และมีเปอร์เซ็นต์การตายในทุกระดับความเข้มข้นของสารสกัดหยาบจากฝักคูณเท่ากับ 100% เปลือกหอยทั้ง 3 ชนิด สามารถผลิตไคโตซานได้ ไคโตซานมีความบริสุทธิ์ มีหมู่ฟังก์ชันเดียวกัน และละลายได้ในกรด เปอร์เซ็นต์การสูญเสียน้ำหนักของดอกดาวเรืองที่แช่ด้วยสารละลายไคโตซานผสมสารละลายนาโนซิงค์ออกไซด์ มีค่าน้อยที่สุดเท่ากับ 13.23 รองลงมา คือ ดอกดาวเรืองที่แช่ด้วยสารละลายนาโนซิงค์ออกไซด์ ไคโตซาน และน้ำกลั่น ตามลำดับค่าเฉลี่ยคะแนนลักษณะภายนอกของดอกดาวเรือง โดยผู้ทำการทดลอง 3 คน ดอกดาวเรืองที่แช่ด้วยสารละลายไคโตซานผสมสารละลายนาโนซิงค์ออกไซด์ มีค่ามากที่สุดเท่ากับ 4.57 รองลงมา คือ ดอกดาวเรืองที่แช่ด้วยสารละลายนาโนซิงค์ออกไซต์ ไคโตซาน และน้ำกลั่น ตามลำดับ ค่าเฉลี่ยคะแนนลักษณะภายนอกของดอกมะลิ โดยผู้ทำการทดลอง 3 คน ดอกมะลิที่แช่ด้วยสารละลายไคโตซานผสมสารละลายนาโนซิงค์ออกไซด์ มีค่าน้อยที่สุดเท่ากับ 1.58 รองลงมา คือ ดอกมะลิที่แช่ด้วยสารละลายนาโนซิงค์ออกไซด์ ไคโตซาน และน้ำกลั่น ตามลำดับ