ความสามารถในการเจริญเติบโต การอยู่รอดและการสะสมของไอออนในต้นข้าวที่ได้รับเอทานอลก่อนสภาวะเค็ม

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

นันทิชา มรรคจินดา, ณัฐกมล ปุรณพรรค์, พราวพิศุทธิ์ วงศ์ประกรณ์กุล

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

พิมพ์เพ็ญ เธียรสิทธิพงศ์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2561

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

เนื่องจากข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศไทยที่สร้างรายได้เป็นจำนวนเงินกว่า 174,503 ล้านบาท โดยมีข้าวขาวดอกมะลิ 105 (KDML 105) เป็นหลัก ซึ่งส่วนใหญ่ปลูกที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน แต่ภาคอีสานประสบปัญหาสภาวะดินเค็มกว่า 17.8 ล้านไร่ (สมศรี อรุณินท์, 2539) ซึ่งส่งผลให้ข้าวมีลักษณะแคระแกร็น ไม่เจริญเติบโต มีลักษณะเมล็ดลีบและดอกเป็นหมันทำให้ไม่ได้ผลผลิต

ดังนั้นเราจึงได้ทำการศึกษาเพิ่มเติมจาก Nguyen และคณะ (2017) ที่ทำการศึกษาผลของ ethanol ต่อการรอดชีวิตของข้าวพันธุ์ Nipponbare ที่ได้รับสภาวะดินเค็ม ซึ่งจากผลการศึกษาของ Nguyen และคณะพบว่า ข้าวที่ได้รับเอทานอล ความเข้มข้น 0.3% ก่อนที่จะได้รับสภาวะเค็มมีอัตราการรอดชีวิตของข้าวมากที่สุด เนื่องจากเอทานอลมีความสามารถในการไปลดการสะสมอนุมูลอิสระ (radical) ในข้าวที่เกิดจากสภาวะเค็ม ทำให้ข้าวรอดชีวิตได้มากขึ้น แต่ผู้วิจัยยังไม่ได้ศึกษาเรื่องการสะสมของโซเดียมไอออนในต้นข้าวซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความเครียดในข้าวภายใต้สภาวะเค็ม ดังนั้น เราจึงทำการศึกษาต่อยอดโดยศึกษาผลของ ethanol ต่อการเจริญเติบโต การรอดชีวิตและการสะสมโซเดียมในต้นและรากของข้าวขาวดอกมะลิ 105 ในสภาวะเค็ม

จากการศึกษาในเบื้องต้นพบว่าเมื่อข้าวขาวดอกมะลิ 105 ที่ได้รับเอทานอลความเข้มข้น 0.3% ก่อนได้รับสภาวะเค็ม มีอัตราการรอดชีวิตของข้าวต่ำกว่าไม่ได้รับเอทานอล เราจึงทำการลดความเข้มข้นให้ต้นข้าวได้รับเอทานอลที่ความเข้มข้นเพียง 0.15% พบว่าต้นข้าวมีการเจริญเติบโตได้ดี มีการรอดชีวิตถึง 83.33% ในขณะที่ต้นข้าวที่ไม่ได้รับเอทานอลมีอัตราการรอดชีวิตเพียง 37.5% ขณะนี้อยู่ระหว่างการวิเคราะห์ความเข้มข้นของโซเดียมในลำต้นและรากของข้าว ซึ่งผลการทดลองที่ได้จะมีความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาวิธีการทำให้ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ของไทยมีความสามารถในการทนต่อสภาวะเค็ม