เจลห้ามเลือดจากหมากและใบพลู​​

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ดรุสัณฑ์ เด็นเพชรหน้อง, ณัชชา ศิริวัฒน์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

จุฑาพร แสงเกื้อหนุน

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนตะโหมด

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ในประเทศไทยมีการใช้ประโยชน์จากหมากมาตั้งแต่อดีตแล้ว เนื้อในเมล็ดนำมาใช้ในการผลิตสีย้อมผ้า และยังสามารถนำมาสกัดได้เป็นสารอัลคาลอยด์ ชื่ออาเรโคลีน (Arecoline) ที่มีปริมาณสารแทน-นิน (Tannin) สูง สามารถนำมาใช้ในทางอุตสาหกรรม และทางการแพทย์ได้ เนื่องจากสารแทนนินมีฤทธิ์ทำให้เลือดแข็งตัว และสามารถนำมาผลิตยารักษาโรคได้หลายชนิด นอกจากนี้ยังมีข้อมูลการศึกษาทางเภสัชวิทยาระบุว่าสารสกัดในเมล็ดหมากสามารถยับยั้งเชื้อที่ทำให้เกิดโรคฟันผุ และยับยั้งเอนไซม์ที่ใช้ใน การเจริญของเชื้อโรคเอดส์ในหลอดทดลองได้ (หมาก.ฐานข้อมูลเครื่องยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 2554)

พลูเป็นพืชที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในอดีตและปัจจุบัน ซึ่งมีสรรพคุณทางยาที่หลากหลาย โดยใบมีรสเผ็ดเมา สามารถนำมาขยี้แล้วใช้อุดจมูกช่วยห้ามเลือดกำเดาให้หยุดไหล และฆ่าเชื้อโรคได้ ใช้เป็นยาชาเฉพาะที่ ช่วยให้เส้นเลือดหดตัว (ข้อมูลพืชสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2556) เนื่องจากใบพลูมีปริมาณสารแทนนิน 1.00 - 1.30 % (นิรมลและจิรดา, 2556) อีกทั้งใบพลูยังเป็นสารประกอบพอลิฟีนอล (Polyphenols) มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน (พรพิมล, 2560) และมีสมบัติเป็นสารตกตะกอนโปรตีน มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียและเชื้อราได้ ใช้สมานแผล หมากและใบพลูเป็นพืชสมุนไพรที่คนไทยในอดีตนิยมนำมาเคี้ยวคู่กัน เพราะเชื่อกันว่าการเคี้ยวหมากและใบพลูจะช่วยให้ฟันแข็งแรง และช่วยลดกลิ่นปาก ซึ่งในปัจจุบันคนไทยมักไม่นิยมเคี้ยวหมากและใบพลูเหมือนคนไทยในอดีต แต่หมากและใบพลูยังมีความสำคัญ เนื่องจากสามารถใช้เป็นยาสมุนไพรในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ เช่น ใช้สมานแผล แก้ท้องอืด เป็นต้น และมีเกษตรกรในพื้นที่ปลูกหมากและใบพลูเป็นจำนวนมากบางคนปลูกเพื่อจำหน่ายและบางคนปลูกไว้เพื่อรับประทานในท้องถิ่น แต่หมากและใบพลูที่จำหน่ายนั้นมีราคาถูก และเมื่อเกษตรกรเก็บใบพลูจำหน่ายมีใบพลูบางส่วนที่ไม่ได้ขนาดตามตลาดต้องการถูกตัดทิ้งอย่างไร้ประโยชน์ จึงสนใจที่จะช่วยเกษตรกรเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง ยกระดับให้เกษตรกรในพื้นที่มีช่องทางในการจำหน่ายสินค้าเกษตร และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่มากขึ้น

จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่า คนไทยในอดีตเคี้ยวหมากและใบพลูมาปิดแผลไว้ เพื่อช่วยในการห้ามเลือด ซึ่งการเคี้ยวหมากและใบพลูมาปิดแผลอาจทำให้เกิดแผลการติดเชื้อ และไม่ถูกสุขลักษณะ คณะผู้จัดทำจึงได้สกัดสารแทนนิน (Tannin) จากหมากและใบพลู มาสร้างเจลห้ามเลือดจากหมากและใบพลู เพื่อให้สะดวก ง่ายต่อการใช้งาน และสามารถลดปริมาณใบพลูที่ถูกตัดทิ้งอย่างไร้ประโยชน์ในชุมชม อีกทั้งยังช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรอีกด้วย