แผ่นฉนวนกันความร้อนจากชานอ้อยที่ผสมด้วยเปลือกหอยนางรมบด

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

สุพรรษา แก้วโสภณ, ชญาภา วาสนายน, กัญญาภัทร สิทธิบรรณ์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ปิยะนุช เขียวอร่าม

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เพชรบุรี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ในปัจจุบันสภาพอากาศในประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้น ทําให้มีความร้อนเข้าสู่ตัวอาคารมากขึ้น ส่งผลให้ภายในอาคารมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น เมื่อบุฉนวนกันความรอ้ นจะช่วยป้องกันความร้อนและอุณหภูมิจาก แสงอาทิตย์ในช่วงเวลากลางวัน อีกทั้งในเวลากลางคืนก็ยังสามารถช่วยให้ความร้อนจากอุณหภูมิภายนอกที่สูง กว่าถ่ายเทเข้าไปในตัวอาคารได้น้อยลง พร้อมทั้งเก็บรักษาความเย็นไว้ได้นานอีกด้วย

ปัจจุบันชานอ้อยเป็นวัสดุที่เหลือจากอุตสาหกรรมการทําน้ําตาล ซึ่งน้ําตาลที่ผลิตจากอ้อยในประเทศ ไทยไดม้ ีการส่งออกเป็นอันดับต้นๆของโลก โดยอ้อยที่ส่งเข้าโรงงานแปรรูปในกระบวนการผลิตน้ําตาลจาก อ้อย1ตันเมื่อผ่านกระบวนการการรีดน้ําตาลออกแล้วจะเหลือชานอ้อยประมาณ290กิโลกรมั ชานอ้อยได้ ถูกนําไปใช้เป็นเชื้อเพลิงและเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอื่นๆ แต่ก็ยังพบว่ามีชานอ้อยที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์อีก มาก จึงมีความสนใจในการนํามาใช้ประโยชน์ทางด้านเกษตรกรรม เนอื่ งจากเป็นวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ย่อยสลายได้ง่ายตามธรรมชาติและไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

หอยนางรมเป็นหอยสองฝาที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง จึงเป็นที่นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลายทําให้ ในปัจจุบันมีเปลือกหอยนางรมเป็นขยะหรือวัสดุที่เหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมส่งออกและแปรรูปอาหารทะเล ธุรกิจร้านอาหาร ทําให้ในแต่ละปีมีเปลือกหอยถูกทิ้งจํานวนมากกว่า 7 ล้านตันต่อปี ซึ่งวิธีการกําจัดเปลือก หอยเหลือทิ้งโดยวิธีการนําไปฝังกลบ ทําให้ดินสูญเสียความพรุน อาจส่งผลให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมา ซึ่ง เปลือกหอยนางรมมีปริมาณแคลเซียมคาร์บอเนตประมาณรอ้ ยละ 96 ที่สามารถนําไปใช้ประโยชน์ได้ในอีก หลายด้าน เช่น แคลเซียมคาร์บอเนตในด้านอุตสาหกรรมก่อสร้าง แคลเซียมคาร์บอเนตในอุตสาหกรรมความ งาม แคลเซียมคาร์บอเนตมักใช้ในการเกษตรและการเลี้ยงสัตว์

ดังนั้นทางคณะผู้จัดทําจึงมีความสนใจที่จะนําชานอ้อยและเปลือกหอยนางรมที่เป็นขยะใน อุตสาหกรรมโรงงานน้ําตาลและอุตสาหกรรมร้านอาหาร มาใช้เป็นวัตถุดิบในการทําแผ่นฉนวนกันความร้อน เพื่อช่วยกันความร้อนจากรังสีของดวงอาทิตย์ เนื่องจากชานอ้อยมีความแข็งแรงและมีความเหนียวของผนัง เซลล์ส่วนเปลือกหอยนางรมมีแคลเซียมคาร์บอเนตซึ่งแคลเซยีมคาร์บอเนตมีคุณสมบัติไม่ติดไฟและไม่

เกิดปฏิกิริยาทําให้เกิดความร้อน